Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 32 หน้าที่ 590

<< | หน้าที่ 590 | >>
[๘๐] เขาจักปรารถนาเมื่อใด หลังคาผ้าและดอกไม้(ดังจะ)รู้ความคิดของเขา จักกั้นอยู่เนืองนิตย์เมื่อนั้น

[๘๑] เขาถูกกุศลมูลตักเตือนจุติจากเทวโลก แล้วประกอบด้วยบุญกรรม จักเป็นบุตรของพราหมณ์

[๘๒] ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก

[๘๓] พระผู้มีพระภาคผู้โคดมศากยะผู้ประเสริฐ ทรงทราบความนั้นทั้งหมดแล้ว ประทับนั่งในท่ามกลางหมู่ภิกษุ จักทรงตั้งไว้ในเอตทัคคะ

[๘๔] เขาจักได้เป็นสาวกมีนามว่าปิลินทวัจฉะ ของพระศาสดา จักเป็นผู้ที่เทวดา อสูร และคนธรรพ์ สักการะ

[๘๕] เขาจักเป็นที่รักของภิกษุ ภิกษุณี และคฤหัสถ์ทั้งปวง อยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

(ว่าด้วยอานิสงส์ของทาน)

[๘๖] กรรมที่ข้าพเจ้ากระทำแล้วใน ๑๐๐,๐๐๐ กัป ได้แสดงผลแก่ข้าพเจ้าแล้วในอัตภาพสุดท้ายนี้ ข้าพเจ้าหลุดพ้นดีแล้ว ดุจความเร็วของลูกศรที่หลุดพ้นไปจากแล่ง เผากิเลสทั้งหลายได้แล้ว

[๘๗] น่าปลื้มใจ กรรมข้าพเจ้าได้ทำไว้ดีแล้ว ในเนื้อนาบุญอย่างยอดเยี่ยม


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka