Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 32 หน้าที่ 601

<< | หน้าที่ 601 | >>
ซึ่งสมควรแก่กรรมของข้าพเจ้า ๒ ประการ คือเมื่อข้าพเจ้าเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพ เป็นคนมีความโกรธน้อย ๑ ไม่มีความคับแค้นใจ ๑

(๒๖. อานิสงส์ของการถวายสายโยก)

[๑๕๖] ข้าพเจ้าได้ถวายสายโยกในพระสุคต และในพระสงฆ์ซึ่งเป็นหมู่คณะที่ประเสริฐสุดแล้วได้รับอานิสงส์ ซึ่งสมควรแก่กรรมของข้าพเจ้า ๕ ประการ

[๑๕๗] คือข้าพเจ้าย่อมไม่หวั่นไหวในสมาธิ ๑ เป็นผู้ชำนาญในสมาธิ ๑ มีบริวารไม่แตกแยกกัน ๑ มีถ้อยคำที่เชื่อถือได้ทุกเมื่อ ๑ โภคสมบัติย่อมเกิดเมื่อข้าพเจ้าเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพ ๑

(๒๗. อานิสงส์ของการถวายกระบอกเป่าควันไฟ)

[๑๕๘] ข้าพเจ้าได้ถวายกระบอกเป่าควันไฟในพระชินเจ้า และในพระสงฆ์ซึ่งเป็นหมู่คณะที่ประเสริฐสุดแล้วได้รับอานิสงส์ ซึ่งสมควรแก่กรรมของข้าพเจ้า ๓ ประการ

[๑๕๙] คือข้าพเจ้ามีสติตั้งมั่น ๑ เส้นเอ็นต่อเนื่องกันดี ๑ ได้ที่นอนทิพย์ ๑ เพราะผลแห่งกรรมนั้น

(๒๘. อานิสงส์ของการถวายตะเกียง)

[๑๖๐] ข้าพเจ้าได้ถวายตะเกียงในพระชินเจ้า และในพระสงฆ์ซึ่งเป็นหมู่คณะที่ประเสริฐสุดแล้วได้รับอานิสงส์ ซึ่งสมควรแก่กรรมของข้าพเจ้า ๓ ประการ

[๑๖๑] คือข้าพเจ้าเป็นผู้มีตระกูล ๑ มีอวัยวะสมบูรณ์ ๑ มีปัญญาที่พระพุทธเจ้าสรรเสริญ ๑ ข้าพเจ้าได้คุณเหล่านี้เพราะผลแห่งกรรมของข้าพเจ้านั้น


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka