Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 32 หน้าที่ 603

<< | หน้าที่ 603 | >>
(๓๑. อานิสงส์ของการถวายกรรไกร)

[๑๖๘] ข้าพเจ้าได้ถวายกรรไกรที่มีคมบางซึ่งลับไว้ดีในพระสงฆ์ แล้วได้ญาณเป็นเครื่องตัดกิเลส ซึ่งบริสุทธิ์ไม่มีอะไรเปรียบปาน

(๓๒. อานิสงส์ของการถวายแหนบ)

[๑๖๙] ข้าพเจ้าได้ถวายแหนบในพระสุคต และในพระสงฆ์ซึ่งเป็นหมู่คณะที่ประเสริฐสุด ย่อมได้ญาณเป็นเครื่องถอนกิเลส ซึ่งบริสุทธิ์ไม่มีอะไรเทียบเท่า

(๓๓. อานิสงส์ของการถวายยานัตถุ์)

[๑๗๐] ข้าพเจ้าได้ถวายยานัตถุ์ในพระสุคต และในพระสงฆ์ซึ่งเป็นหมู่คณะที่ประเสริฐสุดแล้วได้รับอานิสงส์ ซึ่งสมควรแก่กรรมของข้าพเจ้า ๘ ประการ

[๑๗๑] คือข้าพเจ้ามีศรัทธา ๑ มีศีล ๑ มีหิริ ๑ มีโอตตัปปะ ๑ มีสุตะ ๑ มีจาคะ ๑ มีขันติ ๑ มีปัญญา ๑

(๓๔. อานิสงส์ของการถวายตั่ง)

[๑๗๒] ข้าพเจ้าได้ถวายตั่งในพระสุคต และในพระสงฆ์ซึ่งเป็นหมู่คณะที่ประเสริฐสุดแล้วได้รับอานิสงส์ ซึ่งสมควรแก่กรรมของข้าพเจ้า ๕ ประการ

[๑๗๓] คือข้าพเจ้าย่อมเกิดในตระกูลสูง เป็นผู้มีโภคสมบัติมาก ๑ ชนทั้งปวงยำเกรงข้าพเจ้า ๑ ชื่อเสียงของข้าพเจ้าฟุ้งขจรไป ๑

[๑๗๔] บัลลังก์สี่เหลี่ยมจัตุรัส ย่อมห้อมล้อมข้าพเจ้าเป็นนิตย์ ตลอด ๑๐๐,๐๐๐ กัป ๑ ยินดีในการจำแนกทาน ๑


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka