Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 32 หน้าที่ 613

<< | หน้าที่ 613 | >>


บูชาพราหมณ์ที่สมมติกันว่าประเสริฐ ข้าพเจ้าไม่ได้เชื้อเชิญพระราชา ไม่มีการบวงสรวง

[๒๓๗] อาวาหมงคลและวิวาหมงคลของข้าพเจ้าก็ไม่มี พระพุทธเจ้าผู้ให้เกิดความยินดีแก่ศากยะทั้งหลาย ประเสริฐที่สุดในโลกพร้อมทั้งเทวโลก

[๒๓๘] ทรงทำประโยชน์เกื้อกูลแก่โลกทั้งปวง นำสุขมาให้แก่สรรพสัตว์ วันนี้ ข้าพเจ้าทูลนิมนต์พระองค์ จึงจัดแจงเครื่องบูชานี้เพื่อพระองค์

[๒๓๙] พระพุทธเจ้ามีพระรัศมีดุจสีมะพลับ มีพระคุณหาประมาณมิได้ ไม่มีผู้เปรียบปาน ไม่มีใครเหมือนด้วยพระรูป ข้าพเจ้าทูลนิมนต์เพื่อเสวยในวันพรุ่งนี้

[๒๔๐] พระองค์มีรัศมีเรืองรองดุจถ่านเพลิงไม้ตะเคียน กระทบปากเบ้าทองคำ เปรียบด้วยสายฟ้า ทรงเป็นผู้มีความเพียรมาก เป็นที่พึ่ง ข้าพเจ้าทูลนิมนต์แล้ว

[๒๔๑] พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้เป็นดุจไฟบนยอดภูเขา ดุจดวงจันทร์ในวันเพ็ญ และดุจสีแห่งเปลวไฟไม้อ้อ ข้าพเจ้าทูลนิมนต์แล้ว

[๒๔๒] พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้ไม่ทรงครั่นคร้าม ทรงล่วงพ้นภัยแล้ว ทรงทำภพให้สิ้นไป เป็นพระมุนีดุจราชสีห์ ทรงเป็นผู้มีความเพียรมาก ข้าพเจ้าทูลนิมนต์แล้ว


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka