[๓๑๔] พระองค์เท่านั้นเป็นที่พึ่งของผู้ที่ถูกพัดพาไปในห้วงน้ำ เป็นที่พึ่งของผู้ไม่มีญาติ เป็นสรณะของผู้ที่มีภัย เป็นจุดมุ่งหมายของผู้ต้องการความหลุดพ้น
[๓๑๕] เสด็จเที่ยวไปผู้เดียว ไม่มีใครเหมือน ทรงประกอบด้วยพระเมตตากรุณา ทรงมีปัญญาประกอบด้วยจาคะ ชำนาญ คงที่ เป็นที่อยู่แห่งคุณ
[๓๑๖] เป็นนักปราชญ์ ปราศจากความหลง ไม่ทรงหวั่นไหว ไม่มีความสงสัย เป็นผู้พอพระทัย ทรงคลายโทสะแล้ว ไม่มีมลทิน ทรงสำรวม มีความบริสุทธิ์
[๓๑๗] ล่วงธรรมเครื่องข้อง ปราศจากความเมา ได้วิชชา ๓ ถึงที่สุดภพ ทรงล่วงเขตแดน เป็นผู้หนักในธรรม ถึงจุดมุ่งหมายแล้ว ทรงหว่านประโยชน์เกื้อกูล
[๓๑๘] ทรงช่วยสัตว์ให้ข้ามพ้นเปรียบเหมือนเรือ(พาคนข้ามฟาก) ทรงมีขุมทรัพย์ ทรงทำความเบาใจ ไม่ทรงครั่นคร้ามเหมือนราชสีห์ ทรงฝึกแล้วเหมือนพญาคชสารที่ฝึกแล้ว
[๓๑๙] ครั้งนั้น ครั้นข้าพเจ้าสรรเสริญพระมหามุนี พระนามว่าปทุมุตตระ ด้วยคาถา ๑๐ คาถา กราบพระบาทของพระศาสดาแล้วได้ยืนนิ่งอยู่
[๓๒๐] พระศาสดาพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้ทรงรู้แจ้งโลก ผู้สมควรรับเครื่องบูชา ประทับยืนอยู่ในท่ามกลางหมู่ภิกษุ ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า