[๓๔๒] ผู้นั้นจักเป็นธรรมทายาทของพระศาสดาพระองค์นั้น เป็นโอรสที่ธรรมเนรมิต กำหนดรู้อาสวะทั้งปวง จักเป็นผู้ไม่มีอาสวะแล้วนิพพาน
[๓๔๓] เมื่อข้าพเจ้าจากเทวโลกมาในมนุษยโลกนี้ ปฏิสนธิในครรภ์มารดา ฝนน้ำผึ้งได้ตกปกปิดแผ่นดินด้วยน้ำผึ้ง
[๓๔๔] แม้ในขณะเมื่อข้าพเจ้าออกจากครรภ์อย่างปลอดภัยนั้น ฝนน้ำผึ้งก็ตกเพื่อข้าพเจ้าตลอดกาลเป็นนิตย์
[๓๔๕] เมื่อข้าพเจ้าออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตแล้ว ย่อมได้ข้าวและน้ำ นี้เป็นผลแห่งการถวายน้ำผึ้ง
[๓๔๖] ข้าพเจ้าเกิดในหมู่เทวดาและมนุษย์ เป็นผู้บริบูรณ์ด้วยสิ่งที่พึงปรารถนาทั้งปวง ได้บรรลุความสิ้นอาสวะ เพราะการถวายน้ำผึ้งนั้นแล
[๓๔๗] เมื่อฝนตกแล้ว หญ้างอกยาว ๔ นิ้ว เมื่อต้นไม้ในที่เพาะปลูกมีดอกบานสะพรั่ง ข้าพเจ้าเป็นผู้ไม่มีอาสวะอยู่เป็นสุขเนืองนิตย์ ที่เรือนว่าง ที่มณฑปและโคนต้นไม้
[๓๔๘] ภพที่ข้าพเจ้าก้าวล่วงมีในท่ามกลาง ในวันนี้อาสวะทั้งหลายของข้าพเจ้าสิ้นไปแล้ว บัดนี้ ภพใหม่ไม่มีอีก
[๓๔๙] ในกัปที่ ๓๐,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป) ข้าพเจ้าได้ถวายทานไว้ในครั้งนั้น