[๓๖๓] มีภิกษุ ๘๐,๐๐๐ รูปแวดล้อมแล้ว เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก ซึ่งประทับนั่งเป็นสุขอยู่ที่ชายป่า
[๓๖๔] และครั้งนั้น เทวดาที่สิงสถิตอยู่ในไพรสณฑ์ ทราบพระพุทธดำริแล้ว พากันมาประชุมทั้งหมด
[๓๖๕] เมื่อพวกยักษ์ กุมภัณฑ์ พร้อมทั้งผีเสื้อน้ำมาพร้อมกัน และเมื่อภิกษุสงฆ์มาถึงพร้อมแล้ว พระชินเจ้าได้ตรัสพระคาถาว่า
[๓๖๖] เราจักพยากรณ์ผู้ที่บูชาเราตลอด ๗ วัน และได้สร้างอาวาสถวายเรา ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด
[๓๖๗] เราจักพยากรณ์สิ่งที่เห็นได้ยากนัก ละเอียดนัก ลึกซึ้งให้ปรากฏชัดด้วยญาณ ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด
[๓๖๘] ผู้นั้นจักได้ครองเทวสมบัติตลอด ๑๔ กัป เรือนยอดของผู้นั้นใหญ่ มุงด้วยดอกปทุม
[๓๖๙] เทวดาทั้งหลายทรงไว้ในอากาศ นี้เป็นผลแห่งบุพกรรม เขาจักเวียนว่ายตายเกิดสับสนใน ๑๑๔ กัป
[๓๗๐] ในกัปที่ ๑๑๔ นั้น วิมานดอกไม้จักทรงอยู่ในอากาศ น้ำไม่ติดอยู่บนใบบัวฉันใด
[๓๗๑] กิเลสทั้งหลายก็ไม่ติดอยู่ในญาณของผู้นี้ฉันนั้น ผู้นี้จักปลดเปลื้องนิวรณ์ ๕ ออกจากใจได้