Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 32 หน้าที่ 649

<< | หน้าที่ 649 | >>
[๔๘๗] ข้าพเจ้าพิจารณาดูลักษณะแล้ว ระลึกถึงความรู้ของตนเองได้ ข้าพเจ้าฟังคำสุภาษิตของบัณฑิตผู้เจริญ

[๔๘๘] ตามคำของบัณฑิตเหล่านั้น ท่านผู้นี้คงเป็นพระพุทธเจ้า ทางที่ดีเราควรสักการะพระองค์ พระองค์จะช่วยชำระคติของเราได้

[๔๘๙] ข้าพเจ้าจึงรีบกลับไปยังอาศรม หยิบเอาน้ำผึ้งและน้ำมัน ถือหม้อเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นผู้นำโดยวิเศษ

[๔๙๐] ได้นำไม้ ๓ ท่อนไปวางไว้ในที่กลางแจ้ง แล้วตามประทีปให้ลุกโพลงเสร็จแล้วกราบ ๘ ครั้ง

[๔๙๑] พระพุทธเจ้าผู้เป็นบุรุษผู้สูงสุด ประทับนั่งอยู่ตลอด ๗ วัน ๗ คืน พระพุทธองค์ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลกได้เสด็จลุกขึ้นในเวลารุ่งสาง

[๔๙๒] ข้าพเจ้ามีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี ได้ตามประทีปถวายพระพุทธเจ้า ด้วยมือของตน ตลอด ๗ วัน ๗ คืน

[๔๙๓] กลิ่นหอมทุกอย่างที่เกิดในป่า ณ ภูเขาคันธมาทน์ โชยมาในสำนักของพระพุทธเจ้า ด้วยพุทธานุภาพ

[๔๙๔] เวลานั้น ต้นไม้ที่มีดอกมีกลิ่นหอมทุกชนิด บานสะพรั่ง ร่วงหล่นมารวมกันในกาลนั้นด้วยพุทธานุภาพ

[๔๙๕] นาคและครุฑทั้ง ๒ พวกเท่าที่มีอยู่ที่ภูเขาหิมพานต์ ต้องการจะฟังธรรมจึงพากันมายังสำนักของพระพุทธเจ้า


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka