[๘๖] ผู้นี้แม้ตกจากซอกเขาก็ดี จากภูเขาก็ดี จากต้นไม้ก็ดี แม้จุติแล้วก็จักได้ที่ตั้งมั่น (คือที่พึ่ง) นี้เป็นผลแห่งการถวายสะพาน
[๘๗] ศัตรูทั้งหลายข่มไม่ได้ เปรียบเหมือนลมข่มต้นไทร ที่มีรากและย่านงอกงามไม่ได้ฉะนั้น นี้เป็นผลแห่งการถวายสะพาน
[๘๘] พวกโจรข่มเหงไม่ได้ กษัตริย์ทั้งหลายไม่ดูหมิ่น ผู้นี้จักผ่านศัตรูทั้งปวงไปได้ นี้เป็นผลแห่งการถวายสะพาน
[๘๙] ผู้นี้ประกอบด้วยบุญกรรม ถึงจะอยู่ในโอกาสกลางแจ้งถูกแดดกล้าจัดแผดเผา ก็จักไม่มีเวทนา
[๙๐] ในเทวโลกก็ดี ในมนุษยโลกก็ดี ยานพาหนะคือช้าง ที่บุญกรรมเนรมิตดีแล้ว ดังจะรู้ความดำริของผู้นั้น จักบังเกิดในทันที
[๙๑] ม้าสินธพ ๑,๐๐๐ ตัวซึ่งเป็นพาหนะวิ่งเร็วปานกำลังลม จักคอยรับใช้ทั้งเวลาเช้าและเวลาเย็น นี้เป็นผลแห่งการถวายสะพาน
[๙๒] ผู้นี้มาเกิดเป็นมนุษย์ จักเป็นผู้มีความสุข แม้ในการเกิดเป็นมนุษย์นี้ ก็จักมียานพาหนะคือช้าง
[๙๓] ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป) พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก
[๙๔] ผู้นี้จักเป็นธรรมทายาทของพระศาสดาพระองค์นั้น เป็นโอรสที่ธรรมเนรมิต กำหนดรู้อาสวะทั้งปวง จักเป็นผู้ไม่มีอาสวะแล้วนิพพาน