Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 32 หน้าที่ 676

<< | หน้าที่ 676 | >>
[๑๖๔] ครั้นมุงมณฑปแล้ว ได้ถวายอภิวาทพระสยัมภู ทิ้งธนูไว้ ณ ที่นั้นเอง แล้วบวชเป็นบรรพชิต

[๑๖๕] เมื่อข้าพเจ้าบวชแล้วไม่นาน ก็เกิดเจ็บไข้ขึ้น ข้าพเจ้าระลึกถึงบุพกรรมแล้ว ก็ได้ตายไปในที่นั้น

[๑๖๖] ข้าพเจ้าประกอบด้วยบุพกรรม จึงได้ไปเกิดยังสวรรค์ชั้นดุสิต ในสวรรค์ชั้นดุสิตนั้น วิมานทองบังเกิดแก่ข้าพเจ้าตามปรารถนา

[๑๖๗] ข้าพเจ้าอธิษฐานยานพาหนะทิพย์เทียมด้วยม้าพันตัว ขึ้นยานพาหนะนั้นแล้ว ไปได้ตามปรารถนา

[๑๖๘] เมื่อข้าพเจ้าอันบุญกรรมนำ จากมนุษยโลกนั้นไปเกิดเป็นเทวดา มณฑปย่อมกางกั้นไว้แก่ข้าพเจ้าตลอด ๑๐๐ โยชน์โดยรอบ

[๑๖๙] ข้าพเจ้านั้นนอนอยู่บนที่นอนที่ไม่มีเครื่องมุง ลาดด้วยดอกไม้ ดอกปทุมทั้งหลายย่อมตกลงมา จากอากาศตลอดกาลเป็นนิตย์

[๑๗๐] เมื่อพยับแดดเต้นไหวอยู่ เมื่อแดดแผดเผาอยู่ แดดย่อมไม่แผดเผาข้าพเจ้า นี้เป็นผลแห่งการทำมณฑปถวาย

[๑๗๑] ข้าพเจ้าล่วงพ้นทุคติแล้ว อบายทั้งหลายปิดแล้วสำหรับข้าพเจ้า (เมื่อข้าพเจ้าอยู่) ที่มณฑปหรือที่โคนต้นไม้ ความร้อนย่อมไม่มีแก่ข้าพเจ้า


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka