Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 32 หน้าที่ 689

<< | หน้าที่ 689 | >>
ประทับนั่งในท่ามกลางภิกษุสงฆ์แล้ว ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า

[๒๖๔] เราจักพยากรณ์ผู้ที่สรรเสริญคุณของเรา และได้ใช้จุรณจันทน์บูชา ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด

[๒๖๕] ผู้นี้จักเป็นผู้กล่าวถ้อยคำที่เชื่อถือได้ เป็นพรหม ผู้ซื่อตรง มีตบะ มีรัศมีสว่างไสวตลอด ๒๕ กัป

[๒๖๖] จักรื่นรมย์ในเทวโลกตลอด ๒,๖๐๐ กัป จักเกิดเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๑,๐๐๐ ชาติ

[๒๖๗] จักเป็นจอมเทพครองเทวสมบัติ ๓๓ ชาติ จักเป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์นับชาติไม่ถ้วน

[๒๖๘] ผู้นี้จุติจากเทวโลกนั้นแล้ว จักไปเกิดเป็นมนุษย์ ประกอบด้วยบุญกรรม จักเป็นบุตรของพราหมณ์

[๒๖๙] พราหมณ์ชื่อพาวรี ผู้คงแก่เรียน ทรงมนตร์ จบไตรเพท ถึงพร้อมด้วยลักษณะ ๓ ประการ

[๒๗๐] เขาเป็นศิษย์ของพราหมณ์นั้นเป็นผู้จบมนตร์ จักได้เข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่าโคดมศากยะ ผู้ประเสริฐ

[๒๗๑] ข้าพเจ้าได้ทูลถามปัญหาอย่างละเอียด ทำใจให้ร่าเริง กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

[๒๗๒] ไฟ ๓ กองของข้าพเจ้าดับแล้ว ภพทั้งปวงข้าพเจ้าถอนได้แล้ว ข้าพเจ้ากำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka