[๓๕๘] ใกล้อาศรมของข้าพเจ้า มียักษ์ตนหนึ่ง ผู้มีฤทธิ์มาก ยักษ์ตนนั้นได้บอกข่าวพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงพระนามว่าปทุมุตตระ แก่ข้าพเจ้าว่า
[๓๕๙] พระพุทธเจ้าองค์นี้พระนามว่าปทุมุตตระ เป็นพระมหามุนี เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว ท่านจงรีบไปเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเถิด ท่านผู้นิรทุกข์
[๓๖๐] ข้าพเจ้าได้ฟังคำของยักษ์แล้วก็มีจิตผ่องใสยิ่งนัก จึงปิดอาศรมแล้วออกจากป่าในขณะนั้น
[๓๖๑] เมื่อไฟกำลังไหม้ผ้าอยู่ ข้าพเจ้าออกจากอาศรม พักอยู่กลางทางคืนหนึ่งแล้ว เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นผู้นำโดยวิเศษ
[๓๖๒] พระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ทรงรู้แจ้งโลก ผู้สมควรรับเครื่องบูชา ทรงประกาศสัจจะ ๔ แสดงอมตบทอยู่
[๓๖๓] ข้าพเจ้าถือดอกปทุมซึ่งบานเต็มที่ เข้าเฝ้าพระองค์ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่แล้ว มีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี ถวายอภิวาทพระพุทธเจ้า
[๓๖๔] บูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้ทรงเป็นผู้นำแล้วห่มหนังสัตว์เฉวียงบ่า สรรเสริญพระองค์ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลกว่า
[๓๖๕] พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ไม่มีอาสวะ ประทับอยู่ที่นี้ด้วยพระญาณใด ข้าพระองค์จักสรรเสริญพระญาณนั้น ขอพระองค์จงสดับข้าพระองค์กราบทูล