Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 2

<< | หน้าที่ 2 | >>
ผู้เป็นบุรุษสูงสุด พระองค์นั้น

ประทับนั่งเข้าสมาบัติตลอด ๗ วัน ๗ คืน

[๔] ข้าพเจ้าคอนหาบเข้าไปถึงกลางป่า

ณ ที่นั้นได้เห็นพระพุทธเจ้า

ผู้ข้ามโอฆะ ได้แล้ว ไม่มีอาสวะ

[๕] ครั้งนั้น ข้าพเจ้าได้หยิบไม้กวาดมากวาดอาศรม

ปักไม้เป็น ๔ เส้า ทำเป็นมณฑป

[๖] ข้าพเจ้าเก็บดอกสาละมามุงเป็นหลังคามณฑป

เป็นผู้มีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี

ได้ไหว้พระผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลกแล้ว

[๗] พระพุทธเจ้าพระนามว่าสุเมธะ

ที่ชนทั้งหลายสรรเสริญกันว่า

มีพระปัญญาดังแผ่นดิน มีพระปัญญาดี

ประทับนั่งในท่ามกลางภิกษุสงฆ์ กำลังจะตรัสพระคาถาเหล่านี้

[๘] เทวดาทั้งปวงทราบว่า พระพุทธเจ้าจะทรงเปล่งวาจา

จึงพากันมาประชุมด้วยคิดว่า พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด

ผู้มีพระจักษุ จะทรงแสดงธรรมโดยแน่แท้

[๙] พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าสุเมธะ

ผู้สมควรรับเครื่องบูชา ประทับนั่งในท่ามกลางหมู่เทวดา

ได้ตรัสพระคาถาดังต่อไปนี้ว่า

[๑๐] เราจักพยากรณ์ผู้ตั้งมณฑป

มีดอกสาละเป็นเครื่องมุงสำหรับเราตลอด ๗ วัน

ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด

๑ ผู้เป็นบุรุษสูงสุด หมายถึงผู้สูงกว่ามนุษย์ด้วยคุณธรรม (ขุ.อป.อ. ๒/๑๒๙/๓๕)
๒ โอฆะ หมายถึงกิเลสท่วมทับใจสัตว์มี ๔ คือ (๑) กาโมฆะ โอฆะคือกาม (๒) ภโวฆะ โอฆะคือภพ (๓) ทิฏโฐฆะ โอฆะคือทิฏฐิ (๔) อวิชโชฆะ โอฆะคืออวิชชา (ขุ.เถร.อ. ๑/๑๕/๑๐๐, ที.ปา. (แปล) ๑๑/๓๑๒/๒๙๒)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka