Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 9

<< | หน้าที่ 9 | >>
๒. เอกฉัตติยเถราปทาน


[๕๕] ฤๅษีเหล่านั้นล้วนเชี่ยวชาญอภิญญา

เหาะไปในท้องฟ้าได้ เมื่อเหาะขึ้นสู่ท้องฟ้า

ประดับอาศรมของข้าพเจ้าให้งดงาม

[๕๖] ครั้งนั้น ข้าพเจ้ามีศิษย์เหล่านั้นแวดล้อมอยู่ในป่าใหญ่

เป็นผู้เพียบพร้อมด้วยความยินดีในฌาน

จนไม่รู้จักกลางคืนและกลางวัน

[๕๗] สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพระนามว่าอัตถทัสสี

ผู้ทรงเป็นมหามุนี ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก

เสด็จอุบัติขึ้น กำจัดความมืดมนคือโมหะให้พินาศไป

[๕๘] ครั้งนั้น ศิษย์บางรูปประสงค์จะเล่าเรียนคัมภีร์ลักษณะ

อันมีองค์ ๖ ในคัมภีร์พระเวท ได้มายังสำนักของข้าพเจ้า

[๕๙] พระพุทธเจ้าพระนามว่าอัตถทัสสี ผู้ทรงเป็นมหามุนี

เสด็จอุบัติขึ้นในโลก เมื่อจะทรงประกาศสัจจะ ๔

จึงได้ทรงแสดงอมตบท๔

๑ ลักษณะมีองค์ ๖ ในที่นี้หมายถึงมนตร์พรหมจินดามีองค์ ๖ คือ (๑) กัปปศาสตร์ (ว่าด้วยวิธีเกี่ยวกับ การบูชายัญ) (๒) พยากรณ์ศาสตร์ (แสดงการแยกปกติ) (๓) นิรุตติศาสตร์ (แสดงศัพท์ เติมปัจจัย) (๔) สิกขาศาสตร์ (แสดงฐานกรณ์และปตยนะของอักษร) (๕) ฉันโทวิจิติศาสตร์ (แสดงลักษณะของฉันท์) (๖) โชติสัตถศาสตร์ (แสดงลักษณะของดวงดาวที่บ่งถึงความเจริญและความเสื่อมของมนุษย์) (ขุ.วิ.อ. ๙๙๖/๓๐๙) ดูเทียบเวทางคศาสตร์ของพราหมณ์ มี ๖ อย่างคือ (๑) ศึกษา คือ วิธีออกเสียงคำในพระเวทให้ถูกต้อง (๒) ไวยากรณ์ (๓) ฉันท์ (๔) เชยติส คือดาราศาสตร์ (๕) นิรุกติ คือกำเนิดของคำ และ (๖) กัลปะคือ วิธีจัดทำพิธี (พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕ หน้า ๗๗๓)
๒ คัมภีร์พระเวท หมายถึงคัมภีร์ของพราหมณ์ คัมภีร์ที่เขียนด้วยภาษาสันสกฤตของชาวฮินดู (ที.สี.อ. ๑/๒๕๖/๒๒๓)
๓ สัจจะ ๔ ได้แก่ (๑) ทุกข์ (๒) สมุทัย (๓) นิโรธ (๔) มรรค (ขุ.อป.อ. ๒/๗/๑๐๗)
๔ ดูเชิงอรรถหน้า ๔ ในเล่มนี้

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka