Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 17

<< | หน้าที่ 17 | >>
๓. มธุมังสทายกเถราปทาน


[๑๐๘] ครั้งนั้น ข้าพเจ้าได้ถวายพระสังฆเถระด้วยคิดว่า

ด้วยผลแห่งการถวายบาตรที่บรรจุเนื้อจนเต็มนี้

ข้าพเจ้าจักได้สุขอันไพบูลย์

[๑๐๙] เขาเสวยสมบัติ ๒ อย่างแล้ว

ถูกมูลกุศลกรรมเก่าชักให้

มาถึงภพสุดท้ายแล้วจักเผากิเลสได้

[๑๑๐] ข้าพเจ้าทำจิตให้เลื่อมใสในทานนั้น

จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

ณ ที่นั้น ข้าพเจ้ากิน ดื่ม ได้สุขอันไพบูลย์

[๑๑๑] ไม่ว่าข้าพเจ้าจะอยู่ที่มณฑปหรือที่โคนไม้

ข้าพเจ้าก็จักนึกถึงบุพกรรมเสมอ

ในขณะที่ข้าพเจ้านึกถึงบุพกรรมอยู่นั้น

ห่าฝนแห่งข้าวและน้ำตกลงมาเพื่อข้าพเจ้า

[๑๑๒] นี้เป็นภพสุดท้ายของข้าพเจ้า

ภพสุดท้ายกำลังเป็นไปอยู่

ถึงในภพนี้ข้าวและน้ำก็ตกลงมาเพื่อข้าพเจ้าตลอดกาลทุกเมื่อ

[๑๑๓] ด้วยอานิสงส์แห่งการถวายเนื้อชั้นดีนั้นนั่นแหละ

เมื่อข้าพเจ้าเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพแล้ว

จึงกำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

[๑๑๔] ในกัปที่ ๙๑ นับจากกัปนี้ไป

ข้าพเจ้าได้ให้ทานไว้ในครั้งนั้น

ไม่รู้จักทุคติเลย

นี้เป็นผลแห่งการถวายเนื้อชั้นดี

[๑๑๕] กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว

ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว

ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka