Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 20

<< | หน้าที่ 20 | >>
ข้าพเจ้าละกายมนุษย์แล้ว

จึงได้ไปเกิดยังสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

[๑๒๘] ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์นั้น

วิมานที่บุญกรรมได้ทำไว้เป็นอย่างดีเพื่อข้าพเจ้า

เรียกกันว่าเอกทีปิวิมาน

มีประทีป ๑๐๐,๐๐๐ ดวง

ส่องสว่างอยู่ในวิมานของข้าพเจ้า

[๑๒๙] ร่างกายของข้าพเจ้าสว่างไสวอยู่ทุกเมื่อ

เหมือนดวงอาทิตย์อุทัย

สรีระของข้าพเจ้ามีแสงสว่างด้วยรัศมีในกาลทุกเมื่อ

[๑๓๐] ข้าพเจ้ามีจักษุมองทะลุฝา กำแพง

และภูเขา โดยรอบ ๑๐๐ โยชน์

[๑๓๑] รื่นรมย์อยู่ในเทวโลกตลอด ๗๗ ชาติ

ได้ครองเทวสมบัติตลอด ๓๑ ชาติ

[๑๓๒] ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๒๘ ชาติ

และได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์นับชาติไม่ถ้วน

[๑๓๓] ข้าพเจ้าจุติจากเทวโลกแล้วเกิดในครรภ์มารดา

แม้อยู่ในครรภ์มารดาข้าพเจ้าก็ไม่หลับตา

[๑๓๔] ข้าพเจ้าเกิดได้ ๔ ขวบ ก็ออกบวชเป็นบรรพชิต

ยังไม่ถึงกึ่งเดือนก็ได้บรรลุอรหัตตผล

[๑๓๕] ข้าพเจ้าชำระทิพยจักษุให้หมดจดวิเศษแล้ว

ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว

กิเลสทั้งปวงข้าพเจ้าก็ตัดได้แล้ว

นี้เป็นผลแห่งประทีปดวงเดียว

[๑๓๖] ข้าพเจ้ามองทะลุฝา กำแพง และภูเขาทั้งสิ้นได้

นี้เป็นผลแห่งประทีปดวงเดียว


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka