ข้าพเจ้าละกายมนุษย์แล้ว
จึงได้ไปเกิดยังสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
[๑๒๘] ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์นั้น
วิมานที่บุญกรรมได้ทำไว้เป็นอย่างดีเพื่อข้าพเจ้า
เรียกกันว่าเอกทีปิวิมาน
มีประทีป ๑๐๐,๐๐๐ ดวง
ส่องสว่างอยู่ในวิมานของข้าพเจ้า
[๑๒๙] ร่างกายของข้าพเจ้าสว่างไสวอยู่ทุกเมื่อ
เหมือนดวงอาทิตย์อุทัย
สรีระของข้าพเจ้ามีแสงสว่างด้วยรัศมีในกาลทุกเมื่อ
[๑๓๐] ข้าพเจ้ามีจักษุมองทะลุฝา กำแพง
และภูเขา โดยรอบ ๑๐๐ โยชน์
[๑๓๑] รื่นรมย์อยู่ในเทวโลกตลอด ๗๗ ชาติ
ได้ครองเทวสมบัติตลอด ๓๑ ชาติ
[๑๓๒] ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๒๘ ชาติ
และได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์นับชาติไม่ถ้วน
[๑๓๓] ข้าพเจ้าจุติจากเทวโลกแล้วเกิดในครรภ์มารดา
แม้อยู่ในครรภ์มารดาข้าพเจ้าก็ไม่หลับตา
[๑๓๔] ข้าพเจ้าเกิดได้ ๔ ขวบ ก็ออกบวชเป็นบรรพชิต
ยังไม่ถึงกึ่งเดือนก็ได้บรรลุอรหัตตผล
[๑๓๕] ข้าพเจ้าชำระทิพยจักษุให้หมดจดวิเศษแล้ว
ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว
กิเลสทั้งปวงข้าพเจ้าก็ตัดได้แล้ว
นี้เป็นผลแห่งประทีปดวงเดียว
[๑๓๖] ข้าพเจ้ามองทะลุฝา กำแพง และภูเขาทั้งสิ้นได้
นี้เป็นผลแห่งประทีปดวงเดียว