Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 26

<< | หน้าที่ 26 | >>
[๑๗๑] ณ ที่นั้น ข้าพเจ้าได้เห็นพระปัจเจกพุทธเจ้า

ผู้ตรัสรู้เอง ไม่ทรงพ่ายแพ้

เสด็จออกจากป่าเพื่อบิณฑบาต

ครั้นเห็นแล้วก็ทำจิตให้เลื่อมใส (คิดว่า)

[๑๗๒] เราทำการงานให้คนอื่น บุญเราก็ไม่มี

คงมีแต่ข้าวสุกที่หุงจากข้าวสาลีแล่งหนึ่งนี้

เราจะนิมนต์พระมุนีนี้ให้เสวย

[๑๗๓] ข้าพเจ้าจึงหยิบข้าวสุกที่หุงจากข้าวสาลีแล่งหนึ่ง

ถวายพระสยัมภู ฝ่ายพระมหามุนีก็ได้เสวย

ขณะที่ข้าพเจ้าจ้องดูอยู่(นั่นเอง)

[๑๗๔] ด้วยกรรมที่ข้าพเจ้าได้ทำไว้ดีแล้วนั้น

และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น

ข้าพเจ้าละกายมนุษย์แล้ว

จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

[๑๗๕] ข้าพเจ้าได้เป็นจอมเทพครองเทวสมบัติตลอด ๓๒ ชาติ

ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓๓ ชาติ

[๑๗๖] ได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์นับชาติไม่ถ้วน

ข้าพเจ้าเป็นผู้มีความสุข มียศ

นี้เป็นผลแห่งการถวายข้าวสุกที่หุงจากข้าวสาลีแล่งหนึ่ง

[๑๗๗] เมื่อข้าพเจ้าเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพน้อยภพใหญ่

ได้ทรัพย์นับไม่ถ้วน ข้าพเจ้าไม่มีความบกพร่องในโภคะเลย

นี้เป็นผลแห่งการถวายข้าวสุกที่หุงจากข้าวสาลีแล่งหนึ่ง

[๑๗๘] โภคะทั้งหลายเกิดขึ้นแก่ข้าพเจ้าเหมือนกระแสน้ำ

ข้าพเจ้าไม่สามารถจะนับได้

นี้เป็นผลแห่งการถวายข้าวสุกที่หุงจากข้าวสาลีแล่งหนึ่ง


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka