Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 35

<< | หน้าที่ 35 | >>
๒. เอกทุสสทายกเถราปทาน


[๒๗] ข้าพเจ้าเกิดในกำเนิดใด ๆ

คือ จะเกิดเป็นเทวดาหรือมนุษย์ก็ตาม

ข้าพเจ้าไม่มีความบกพร่องในโภคะเลย

นี้เป็นผลแห่งการถวายผ้าผืนเดียว

[๒๘] ผ้าเกิดขึ้นแก่ข้าพเจ้าทุกย่างก้าว

ข้างล่างข้าพเจ้าก็ยืนอยู่บนผ้า

ข้างบนก็มีผ้าเป็นเครื่องมุงบัง

[๒๙] ในวันนี้ จักรวาลพร้อมทั้งป่า ภูเขา

เมื่อข้าพเจ้าปรารถนาก็จะพึงคลุมด้วยผ้าได้

[๓๐] เพราะถวายผ้าผืนเดียวเท่านั้นแหละ

ข้าพเจ้าเมื่อยังเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพน้อยภพใหญ่

เป็นผู้มีผิวพรรณเหมือนทองคำ

เวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพน้อยภพใหญ่

[๓๑] ข้าพเจ้าได้ถึงความเป็นภิกษุ

เพราะผลแห่งการถวายผ้าผืนเดียว

ถึงชาตินี้จะเป็นชาติสุดท้าย

ผ้าก็ยังให้ผลแก่ข้าพเจ้าอยู่ในขณะนี้

[๓๒] ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป

ข้าพเจ้าได้ถวายผ้าไว้ในครั้งนั้น

จึงไม่รู้จักทุคติเลย

นี้เป็นผลแห่งการถวายผ้าผืนเดียว

[๓๓] กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว

ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว

ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

๑ ภพน้อยภพใหญ่ ในที่นี้หมายถึงความเจริญและความเสื่อม หรือสมบัติและวิบัติ ความยั่งยืนและความ ขาดสูญ บุญและบาป (ขุ.จริยา.อ. ๒/๒๓)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka