Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 46

<< | หน้าที่ 46 | >>
[๙๘] ข้าพเจ้าเสวยบุญของตน

มีความสุขในภพน้อยภพใหญ่

ข้าพเจ้าเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพน้อยภพใหญ่

ก็ยังระลึกถึงสัญญานั้นได้

ข้าพเจ้าหาได้แทงตลอดบทอันไม่จุติ

คือพระนิพพานด้วยธรรมไร ๆ ไม่

[๙๙] ได้มีสมณะผู้อบรมอินทรีย์มานั่งที่เรือนบิดา

ท่านได้แสดงธรรมกถา

และยกอนิจจลักษณะในธรรมกถานั้นขึ้นว่า

[๑๐๐] สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ

มีความเกิดขึ้นและความเสื่อมไปเป็นธรรมดา

เกิดขึ้นแล้วย่อมดับไป

ภาวะที่สังขารเหล่านั้นสงบระงับเป็นความสุข

[๑๐๑] ขณะที่สดับคาถา ข้าพเจ้าได้ระลึกถึงสัญญาทุกอย่าง

นั่ง ณ อาสนะเดียว ก็ได้บรรลุอรหัตตผลแล้ว

[๑๐๒] ข้าพเจ้าได้บรรลุอรหัตตผลตั้งแต่อายุได้ ๗ ขวบ

พระพุทธเจ้าจึงให้ข้าพเจ้าอุปสมบท

นี้เป็นผลแห่งการฟังธรรม

[๑๐๓] ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป

ข้าพเจ้าได้ฟังธรรมไว้ในครั้งนั้น

จึงไม่รู้จักทุคติเลย

นี้เป็นผลแห่งการฟังธรรม

[๑๐๔] กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว

ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka