Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 71

<< | หน้าที่ 71 | >>
๙. อัมพปิณฑิยเถราปทาน


ประวัติในอดีตชาติของพระอัมพปิณฑิยเถระ


(พระอัมพปิณฑิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)


{๒๙} [๗๒] ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นพญาช้างมีงางอนงาม

เหมาะที่จะเป็นราชพาหนะ

เที่ยวอยู่ในป่าใหญ่ ได้เห็นพระผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก

[๗๓] ข้าพเจ้าได้หยิบชิ้นมะม่วงมาถวายพระศาสดา

พระมหาวีระพระนามว่าสิทธัตถะ ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลกทรงรับแล้ว

[๗๔] ขณะที่ข้าพเจ้าเพ่งดูอยู่ พระชินเจ้าได้เสวยแล้วในครั้งนั้น

ข้าพเจ้าทำจิตให้เลื่อมใสในพระชินเจ้าพระองค์นั้นแล้ว

จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดุสิต

[๗๕] ข้าพเจ้าจุติจากสวรรค์ชั้นดุสิตนั้นแล้ว

ได้เสวยสมบัติเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ โดยอุบายนั้นแล

[๗๖] ข้าพเจ้ามีจิตเด็ดเดี่ยวเพื่อบำเพ็ญเพียร

มีจิตสงบระงับ ไม่มีอุปธิ

กำหนดรู้อาสวะ ทั้งปวงแล้ว จึงอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

[๗๗] ในกัปที่ ๙๔ นับจากกัปนี้ไป

ข้าพเจ้าได้ถวายทานไว้ในครั้งนั้น

จึงไม่รู้จักทุคติเลย

นี้เป็นผลแห่งการถวายผลไม้

๑ มีงางอนงาม หมายถึงมีงางอนเหมือนงอนรถ (ขุ.อป.อ. ๑/๖๕๗/๓๗๗, ขุ.อป.อ. ๒/๑๗๙-๘๐/๓๗๐)
๒ อาสวะ หมายถึงกิเลสเครื่องหมักดองมี ๔ คือ (๑) กามาสวะ (๒) ภวาสวะ (๓) ทิฏฐาสวะ (๔) อวิชชาสวะ (ขุ.เถร.อ. ๒/๕๙๖/๒๓๕, ที.ปา. (แปล) ๑๑/๓๐๕/๒๖๔, องฺ.จตุกฺก. (แปล) ๒๑/๑๙๘/๓๑๑)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka