Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 112

<< | หน้าที่ 112 | >>
[๔๗] พระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก

กำลังเสด็จออกไปพร้อมกับพระขีณาสพผู้ได้วสี

จำนวน ๑๐,๐๐๐ รูป

ผู้ทรงช่วยสัตว์จำนวนมากให้ข้ามพ้นจากเปือกตมคือกาม

ใครเล่าเห็นแล้วจะไม่เลื่อมใส

[๔๘] พระพุทธเจ้าผู้ย่ำกลองคือพระธรรม ย่ำยีหมู่เดียรถีย์

ทรงบันลือสีหนาท ใครเล่าเห็นแล้วจะไม่เลื่อมใส

[๔๙] เทพทั้งหลายพร้อมทั้งพรหมทุกหมู่เหล่าพากันมาจากพรหมโลก

แล้วทูลถามปัญหาที่ลึกซึ้งกับพระพุทธเจ้า

ใครเล่าเห็นแล้วจะไม่เลื่อมใส

[๕๐] มนุษย์พร้อมทั้งเทวดาพากันมาประนมมือ

แด่พระพุทธเจ้าพระองค์ใด

ย่อมได้เสวยบุญด้วยการทำอัญชลีกรรมนั้น

พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ใครเล่าเห็นแล้วจะไม่เลื่อมใส

[๕๑] ชนทั้งปวงมาประชุมห้อมล้อมพระพุทธเจ้า

ผู้มีพระจักษุ พระองค์ได้รับนิมนต์(เพื่อตอบปัญหา)

แต่ไม่ทรงหวั่นไหว ใครเล่าเห็นแล้วจะไม่เลื่อมใส

[๕๒] เมื่อพระพุทธเจ้าผู้องอาจกว่านรชนพระองค์ใด

เสด็จเข้าพระนคร กลองจำนวนมากประโคมกึกก้อง

คชสารที่ตกมันก็พากันบันลือ

พระพุทธเจ้าผู้องอาจกว่านรชนพระองค์นั้น

ใครเล่าเห็นแล้วจะไม่เลื่อมใส

[๕๓] เมื่อพระพุทธเจ้าผู้องอาจกว่านรชนพระองค์ใด

เสด็จดำเนินไปตามถนน พระรัศมีย่อมส่องสว่างทุกเมื่อ

ทั้งที่ลุ่มที่ดอนก็กลายเป็นที่สม่ำเสมอ

พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ใครเล่าเห็นแล้วจะไม่เลื่อมใส


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka