Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 130

<< | หน้าที่ 130 | >>
[๗๗] เทวดาทั้งปวงที่ทราบพุทธดำรัสแล้วจึงพากันมาประชุม

ต่างก็มีจิตเบิกบาน มีใจยินดี

เกิดความโสมนัสประนมมือ

[๗๘] พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า

เพราะการถวายรองเท้านี้แล

ผู้นี้จักเป็นผู้มีความสุข

และจักครองเทวสมบัติตลอด ๕๕ ชาติ

[๗๙] จักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๑,๐๐๐ ชาติ

และจักได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์นับชาติไม่ถ้วน

[๘๐] ในกัปที่นับมิได้นับจากกัปนี้ไป

พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร

จักทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก

[๘๑] ผู้นี้ จักเป็นธรรมทายาทของพระศาสดาพระองค์นั้น

เป็นโอรสที่ธรรมเนรมิต

กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงจักเป็นผู้ไม่มีอาสวะแล้วนิพพาน

[๘๒] ผู้นี้จักบังเกิดในเทวโลกหรือมนุษยโลกก็ตาม

จักเป็นผู้มีปัญญา จักได้ยานซึ่งเปรียบด้วยยานของเทวดา

[๘๓] ข้าพเจ้ามีปราสาท วอ ช้าง ที่ประดับตกแต่งอย่างสวยงาม

หรือรถที่เทียมด้วยม้าอาชาไนย

ย่อมปรากฏมีแก่ข้าพเจ้าทุกเมื่อ

[๘๔] แม้เมื่อข้าพเจ้าออกบวช ก็ได้ออกไปด้วยรถ

ได้บรรลุอรหัตตผลขณะปลงผม

[๘๕] ข้อที่ข้าพเจ้าประกอบการค้าขายด้วยดี

(และ)ข้อที่ข้าพเจ้าถวายรองเท้า ๑ คู่แล้ว

๑ หมายถึงพระภารตเถระชาวเมืองจำปา (ขุ.เถร.อ. ๑/๒๘๕/๔๖๒)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka