Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 160

<< | หน้าที่ 160 | >>
ผู้ทรงมีเหตุปัจจัยบริสุทธิ์ในชาติปางก่อน

บัดนี้ ข้าพระองค์ได้พบพระสรีระของพระองค์

นับว่าเป็นการเห็นที่ประเสริฐแท้ ไม่มีสิ่งเปรียบ

[๑๘๕] ความมืดคือโมหะ พระองค์ขจัดได้สิ้นเชิงหนอ

ข้าพเจ้าชมเชยพระองค์แล้ว

แม่น้ำคือตัณหา อันพระองค์ผู้มีอินทรีย์อันรักษาไว้ดีแล้ว

ให้เหือดแห้งไปโดยสิ้นเชิง พระนิพพานที่ไม่มีมลทิน

อันพระองค์ทรงชำระดีแล้ว สิ้นกาลนาน

ข้าแต่พระมหามุนี พระองค์บรรลุนัยนา

ที่สำเร็จด้วยญาณสิ้นกาลนาน

[๑๘๖] ข้าพระองค์พินาศไปในระหว่างตลอดกาลนาน

ข้าแต่พระโคดม แต่วันนี้ ข้าพระองค์ได้พบพระองค์

การพบเป็นต้นที่ได้ทำไว้จักไม่พินาศไปอีก

[๑๘๗] กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว

ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว

ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

[๑๘๘] การที่ข้าพเจ้ามาในสำนักของพระพุทธเจ้า

เป็นการมาดีแล้วโดยแท้

วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

๑ พระนิพพานที่ไม่มีมลทิน หมายถึงบรรลุนิพพาน (ขุ.อป.อ. ๒/๑๘๕-๘๖/๒๖๑)
๒ บรรลุนัยนา หมายถึงทิพพจักขุ (ขุ.อป.อ. ๒/๑๘๕-๘๖/๒๖๑)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka