Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 176

<< | หน้าที่ 176 | >>
[๕๙] ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นผู้หลีกเร้นอยู่

จึงคิดอย่างนี้ว่า มหาชนบูชาเรา แต่เราไม่ได้บูชาอะไรเลย

[๖๐] ผู้ที่จะสั่งสอนเราก็ไม่มี

ใคร ๆ ที่จะตักเตือนเราก็ไม่มี

เราไม่มีอุปัชฌาย์อาจารย์อาศัยอยู่ในป่า

[๖๑] ศิษย์ผู้ภักดีควรทำจิตให้หนักแน่น บำรุงอาจารย์ใด

อาจารย์นั้นของเราก็ไม่มี

การอยู่ในป่าจึงไม่มีประโยชน์

[๖๒] สิ่งที่ควรบูชาเราควรแสวงหา

สิ่งที่ควรเคารพยกย่องเราก็ควรแสวงหาเหมือนกัน

เราจักชื่อว่าอยู่อย่างมีที่พึ่ง ใคร ๆ จักติเตียนไม่ได้

[๖๓] แม่น้ำซึ่งมีฝั่งลาด มีท่าน้ำราบเรียบน่ารื่นรมย์ใจ

และเกลื่อนกล่นไปด้วยทรายที่บริสุทธิ์สะอาด

อาศรมของข้าพเจ้าก็อยู่ไม่ไกล

[๖๔] ครั้งนั้น ข้าพเจ้าได้ไปยังแม่น้ำชื่ออมริกา

แล้วโกยทรายมาก่อเป็นพระเจดีย์ทราย

ข้าพเจ้าได้ทำพระเจดีย์ทรายนั้นให้เป็นนิมิตว่า

[๖๕] พระสถูปของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นมุนี

ผู้ทำลายที่สุดแห่งภพ ที่ได้มีแล้วก็เป็นเช่นนี้

[๖๖] ครั้นแล้ว ได้สร้างพระสถูปทองคำไว้ที่หาดทราย

แล้วใช้ดอกกระดิ่งทองจำนวน ๓,๐๐๐ ดอกบูชา

[๖๗] ข้าพเจ้ามีความอิ่มใจ ประนมมือนมัสการทุกเช้าเย็น

ไหว้พระเจดีย์ทราย เหมือนไหว้พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ในที่เฉพาะพระพักตร์


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka