Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 239

<< | หน้าที่ 239 | >>
มีใจเบิกบาน ซึ่งเกิดแต่ธรรม

มีรัศมีเรืองรองเหมือนถูกรดด้วยน้ำอมฤต

[๑๔] ข้าแต่พระมหามุนี ข้าพระองค์ได้ฟังคุณของพระกัจจายนะแล้ว

จึงได้ยืนปรารถนาตำแหน่งนั้น

ในอนาคตกาลของพระโคดมพุทธเจ้า

[๑๕] ฤๅษีผู้นี้มีนามว่ากัจจายนะ ตามโคตร

เป็นธรรมทายาท เป็นโอรสที่ธรรมเนรมิต

จักเป็นสาวกของพระศาสดา

[๑๖] เขาจักเป็นพหูสูต มีญาณยิ่งใหญ่

รู้อธิบายชัดแจ้ง เป็นมุนี

จักถึงตำแหน่งนั้น ดังที่เราพยากรณ์ไว้’

[๑๗] ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป

ข้าพเจ้าได้ทำกรรมไว้ในครั้งนั้น

จึงไม่รู้จักทุคติเลย

นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า

[๑๘] ข้าพเจ้าเวียนว่ายตายเกิดอยู่ใน ๒ ภพ

คือ (๑) ภพเทวดา (๒) ภพมนุษย์

คติอื่นข้าพเจ้าไม่รู้จักเลย

นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า

[๑๙] ข้าพเจ้ารู้เฉพาะ ๒ ตระกูล

คือ (๑) ตระกูลกษัตริย์ (๒) ตระกูลพราหมณ์

จะไม่เกิดในตระกูลที่ต่ำ

นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า

[๒๐] ในภพสุดท้าย ข้าพเจ้าเกิดเป็นพราหมณ์ปุโรหิต

ของพระเจ้าจัณฑปัชโชต ในกรุงอุชเชนีที่รื่นรมย์


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka