Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 251

<< | หน้าที่ 251 | >>
[๙๙] พระมุนีผู้ประเสริฐสุดตรัสว่า

‘ภิกษุทั้งหลาย ธรรมอันเรากล่าวดีแล้ว

เธอทั้งหลายจงประพฤติพรหมจรรย์เพื่อทำที่สุดทุกข์เถิด’

[๑๐๐] พร้อมกับพุทธดำรัสนี้ ข้าพเจ้าทุกคนล้วนทรงเพศเป็นภิกษุ

ได้อุปสมบท เป็นพระโสดาบันในศาสนา

[๑๐๑] จากนั้น พระผู้ทรงเป็นผู้นำวิเศษ

ได้เสด็จไปยังพระเชตวัน แล้วทรงพร่ำสอน

ข้าพเจ้าผู้อันพระชินเจ้าทรงพร่ำสอนแล้วก็ได้บรรลุพระอรหัต

[๑๐๒] ลำดับนั้น ข้าพเจ้าได้สั่งสอนภิกษุ ๑,๐๐๐ รูป

แม้ภิกษุเหล่านั้นก็ปฏิบัติตามคำสอนของข้าพเจ้า

เป็นผู้ไม่มีอาสวะ

[๑๐๓] พระชินเจ้าทรงพอพระทัยในคุณข้อนั้น

จึงทรงตั้งข้าพเจ้าไว้ในตำแหน่งเอตทัคคะ

ในท่ามกลางมหาชนว่า

‘ภิกษุชื่อกัปปินะเลิศกว่าภิกษุทั้งหลายผู้ให้โอวาทแก่ภิกษุ’

[๑๐๔] กรรมที่ข้าพเจ้าได้ทำไว้ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐

ได้แสดงผลแก่ข้าพเจ้าแล้วในอัตภาพนี้

ข้าพเจ้าหลุดพ้นดีแล้ว(จากกิเลส)

ดุจความเร็วแห่งลูกศรที่พ้นไปจากแล่ง

ข้าพเจ้าเผากิเลสทั้งหลายได้แล้ว

[๑๐๕] กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว

ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว

ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

[๑๐๖] การที่ข้าพเจ้ามาในสำนักของพระพุทธเจ้า

เป็นการมาดีแล้วโดยแท้


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka