Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 271

<< | หน้าที่ 271 | >>
[๒๔๒] เมื่อถึงภพสุดท้าย

ข้าพเจ้าได้เป็นเผ่าพันธุ์ของพราหมณ์

เกิดในตระกูลพราหมณมหาศาล

ที่มีทรัพย์มากในกรุงสาวัตถี

[๒๔๓] มารดาของข้าพเจ้าชื่อจันทวดี

บิดาของข้าพเจ้าชื่ออัสสลายนะ

ในคราวที่พระพุทธเจ้าทรงแนะนำบิดาของข้าพเจ้า

เพื่อความบริสุทธิ์ทุกอย่าง

[๒๔๔] ข้าพเจ้าเลื่อมใสในพระสุคต

ได้บวชเป็นบรรพชิต

พระโมคคัลลานะเป็นพระอาจารย์

พระสารีบุตรเป็นพระอุปัชฌาย์

[๒๔๕] ในขณะกำลังปลงผม ข้าพเจ้าก็ตัดทิฏฐิพร้อมทั้งรากได้

และขณะนุ่งผ้ากาสาวะ ก็ได้บรรลุอรหัตตผล

[๒๔๖] ข้าพเจ้ามีปัญญาแตกฉานในอรรถ ธรรม นิรุตติ และปฏิภาณ

เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคทรงเป็นผู้เลิศในโลก

จึงทรงตั้งข้าพเจ้าไว้ในตำแหน่งเอตทัคคะ

[๒๔๗] ข้าพเจ้าถูกท่านพระอุปติสสะ

ไต่ถามในปฏิสัมภิทาก็แก้ได้ไม่ขัดข้อง

เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงเป็นผู้เลิศในศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

[๒๔๘] กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว

ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว

ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka