Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 282

<< | หน้าที่ 282 | >>
[๓๒๐] ครั้งนั้น พระสารีบุตรได้กราบทูลว่า

‘ข้าพระองค์ระลึกถึงสักการะของเขาได้อยู่

พราหมณ์นี้ได้ถวายภิกษาทัพพีหนึ่ง

แก่ข้าพระองค์ผู้กำลังเที่ยวบิณฑบาต พระพุทธเจ้าข้า’

(พระผู้มีพระภาคตรัสว่า)

[๓๒๑] สาธุ สาธุ สารีบุตร เธอเป็นคนกตัญญู

เธอจงให้พราหมณ์เฒ่านี้บวชเถิด

เขาจักเป็นปูชนียบุคคล’

[๓๒๒] ลำดับนั้น ข้าพเจ้าได้รับการบรรพชาอุปสมบท

ด้วยกรรมวาจา และไม่นานนักก็ได้บรรลุธรรมเป็นที่สิ้นอาสวะ

[๓๒๓] เพราะข้าพเจ้าเป็นผู้เพลิดเพลิน

ฟังพุทธดำรัสโดยความเคารพ

ฉะนั้น พระชินเจ้าจึงทรงตั้งข้าพเจ้าว่า

เป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายฝ่ายปฏิภาณ

[๓๒๔] กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว

ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว

ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

[๓๒๕] การที่ข้าพเจ้ามาในสำนักของพระพุทธเจ้า

เป็นการมาดีแล้วโดยแท้

วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

[๓๒๖] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘

และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า ท่านพระราธเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

ราธเถราปทานที่ ๙ จบ



สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka