Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 297

<< | หน้าที่ 297 | >>
[๕๕] สำหรับพระองค์ ศีลใคร ๆ ก็นับไม่ได้

สมาธิเปรียบได้ดังเพชร

ญาณที่ประเสริฐใคร ๆ ก็นับไม่ได้

และวิมุตติก็หาอะไรเปรียบมิได้

[๕๖] พระผู้ทรงเป็นผู้นำ ทรงแสดงธรรม

ในสมาคมมนุษย์ เทวดา นาค และพรหม

ซึ่งเนืองแน่นไปด้วยสมณะและพราหมณ์

[๕๗] พระพุทธองค์ผู้แกล้วกล้าในท่ามกลางบริษัท

ทรงตั้งสาวกของพระองค์ ผู้มีลาภมาก มีบุญ

มีความรุ่งเรืองไว้ในตำแหน่งเอตทัคคะ

[๕๘] ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นกษัตริย์ในกรุงหงสวดี

ได้ฟังพระชินเจ้าตรัสถึงคุณเป็นอันมากของสาวกนั้น

[๕๙] ข้าพเจ้าจึงทูลนิมนต์พระชินสีห์พร้อมด้วยสาวก

ให้เสวยและฉันตลอด ๗ วัน

ครั้นถวายมหาทานแล้ว ก็ได้ปรารถนาตำแหน่งนั้น

[๖๐] ครั้งนั้น พระธีรเจ้าผู้องอาจกว่าบุรุษ

ทอดพระเนตรเห็นข้าพเจ้าผู้หมอบอยู่แทบยุคลบาท

จึงได้ตรัสพระดำรัสนี้ด้วยพระสุรเสียงอย่างกึกก้อง

[๖๑] ลำดับนั้น ผู้ประสงค์จะสดับพระดำรัสของพระชินเจ้า

คือ มหาชน ทวยเทพ คนธรรพ์ พรหมผู้มีฤทธิ์มาก

[๖๒] อนึ่ง สมณะและพราหมณ์ต่างประนมมือนมัสการ(กราบทูลว่า)

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นบุรุษอาชาไนย

ข้าพระองค์ทั้งหลายขอนอบน้อมพระองค์

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นบุรุษสูงสุด

ข้าพระองค์ทั้งหลายขอนอบน้อมพระองค์


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka