Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 308

<< | หน้าที่ 308 | >>
[๑๓๒] ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาค ทรงเป็นผู้นำ

ได้แสดงกะโหลกศีรษะของพระขีณาสพ

เพราะศีรษะนั้น ข้าพเจ้าหมดมานะ

จึงทูลขอบรรพชา อย่างอ่อนน้อม

[๑๓๓] ครั้นบรรพชาแล้ว ได้กล่าวสรรเสริญพระสุคตทุก ๆ แห่ง

เมื่อนั้นแหละ ภิกษุทั้งหลายพากันเพ่งโทษข้าพเจ้าว่าเป็นจินตกวี

[๑๓๔] ลำดับนั้น พระพุทธเจ้า ทรงเป็นผู้นำวิเศษ

ได้ตรัสถามข้าพเจ้าเพื่อทดลองว่า

คาถาเหล่านี้ ย่อมแจ่มแจ้งโดยสมควรแก่เหตุแก่คนทั้งหลาย

ผู้ตรึกตรองแล้วมิใช่หรือ

[๑๓๕] ข้าแต่พระองค์ผู้มีความเพียร

ข้าพระองค์มิใช่นักกาพย์กลอน แต่ว่าคาถาทั้งหลาย

แจ่มแจ้งโดยสมควรแก่เหตุแก่ข้าพระองค์

วังคีสะ ถ้าเช่นนั้น ท่านจงกล่าวสดุดีเราโดยสมควรแก่เหตุในบัดนี้

[๑๓๖] ครั้งนั้น ข้าพเจ้าได้กล่าวคาถาสดุดีพระธีระผู้เป็นฤๅษีผู้ประเสริฐ

ในกาลนั้น พระชินเจ้าพระองค์นั้นทรงพอพระทัยด้วยสมควรแก่เหตุ

จึงทรงตั้งข้าพเจ้าไว้ในตำแหน่งอันเลิศ

[๑๓๗] ข้าพเจ้ามีปฏิภาณอันวิจิตรจึงดูหมิ่นภิกษุรูปอื่น

แต่มีศีลเป็นที่รัก

เกิดความสลดใจเพราะการดูหมิ่นนั้นจึงได้บรรลุอรหัตแล้ว

[๑๓๘] (พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า)

ไม่มีใครอื่นที่เลิศกว่าภิกษุทั้งหลาย

ที่มีปฏิภาณเหมือนกับวังคีสภิกษุนี้

ภิกษุทั้งหลาย ท่านทั้งหลายจงจำไว้อย่างนี้


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka