Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 363

<< | หน้าที่ 363 | >>
[๑๘๘] เขาถูกกุศลมูลตักเตือนแล้ว จักจุติจากเทวโลก

บังเกิดในตระกูลที่มั่งคั่ง มีโภคะเป็นอันมาก

[๑๘๙] เขาจักมีชื่อว่ารัฏฐบาล

ภายหลังถูกกุศลมูลตักเตือนแล้ว

จักออกบวชเป็นสาวกของพระศาสดา

[๑๙๐] เขามีจิตเด็ดเดี่ยวยินดีเพื่อบำเพ็ญเพียร

สงบระงับ ไม่มีอุปธิ

กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงเป็นผู้ไม่มีอาสวะแล้วนิพพาน”

[๑๙๑] ข้าพเจ้าขวนขวายออกบวช ละโภคสมบัติ

ไม่มีความรักในโภคะ ซึ่งเหมือนก้อนเขฬะ

[๑๙๒] ข้าพเจ้ามีความเพียรนำพาธุระไป

อันเป็นเหตุนำธรรมเป็นแดนเกษมจากโยคะมาให้

ข้าพเจ้าทรงร่างกายอันมีในภพสุดท้าย

อยู่ในศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

[๑๙๓] กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว

ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว

ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

[๑๙๔] การที่ข้าพเจ้าได้มาในสำนักของพระพุทธเจ้า

เป็นการมาดีแล้วโดยแท้

วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka