Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 366

<< | หน้าที่ 366 | >>
[๔] ชน ๓ คน คือ นางธนัญชานีพราหมณี

พระนางเขมาเถรี และหม่อมฉัน ได้สั่งสมกุศลไว้ในชาตินั้น

เกิดในตระกูลที่เพียบพร้อมทุกอย่าง

[๕] ได้สร้างอารามอย่างสวยงาม

ประดับด้วยเครื่องตกแต่งทุกอย่างเสร็จแล้ว

มอบถวายพระสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข

เป็นผู้เพลิดเพลินแล้ว

[๖] เพราะอำนาจแห่งกรรมนั้น

หม่อมฉันเกิดในที่ไหน ๆ

ในเทวโลกก็ตาม ในมนุษยโลกก็ตาม

ก็ถึงความเป็นผู้เลิศ

[๗] ในกัปนี้เอง พระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของพราหมณ์

มีพระยศยิ่งใหญ่ พระนามว่ากัสสปะ ตามพระโคตร

ประเสริฐกว่าเจ้าลัทธิทั้งหลาย เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว

[๘] ครั้งนั้น พระเจ้ากาสีพระนามว่ากิกี

ทรงเป็นใหญ่กว่านรชนในกรุงพาราณสีที่อุดม

ทรงเป็นอุปัฏฐากของพระพุทธเจ้าผู้แสวงหาพระคุณอันยิ่งใหญ่

[๙] ท้าวเธอมีพระราชธิดา ๗ พระองค์

พระราชกัญญาเหล่านั้นดำรงอยู่ในความสุข

ทรงพอพระทัยในการอุปัฏฐากพระพุทธเจ้า

และประพฤติพรหมจรรย์

[๑๐] หม่อมฉันเป็นพระสหายของพระราชธิดาเหล่านั้น

เป็นสตรีผู้มั่นคงในศีล ได้ถวายทานโดยเคารพ

ประพฤติวัตรอยู่ในเรือนนั่นเอง

๑ พรหมจรรย์ ในที่นี้หมายถึงความประพฤติประเสริฐ มี ๑๐ ประการ คือ (๑) ทาน (๒) เวยยาวัจจะ (๓) เบญจศีล (๔) อัปปมัญญา (๕) เมถุนวิรัติ (๖) สทารสันโดษ (๗) วิริยะ (๘) อุโปสถังคะ (๙) อริยมรรค (๑๐) ศาสนา (ที.สี.อ. ๑/๑๙๐/๑๖๐-๒)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka