Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 384

<< | หน้าที่ 384 | >>
[๑๒๐] หม่อมฉันได้เป็นพระมเหสีของท้าวเทวราช ๕๐ พระองค์

และได้เป็นพระมเหสีของพระเจ้าจักรพรรดิ ๒๐ พระองค์

[๑๒๑] หม่อมฉันเวียนว่ายตายเกิดอยู่ใน ๒ ภพ

คือ (๑) ภพเทวดา (๒) ภพมนุษย์

จึงไม่รู้จักทุคติเลย

นี้เป็นผลแห่งการถวายน้ำ

[๑๒๒] บนยอดภูเขา ยอดไม้ ในอากาศหรือที่พื้นดินก็ตาม

ในเวลาที่ต้องการน้ำหม่อมฉันย่อมได้เร็วพลัน

[๑๒๓] ทิศที่ไม่มีฝนตก เพราะแดดร้อนจัดหม่อมฉันจึงกระหายน้ำ

มหาเมฆดังจะรู้ความดำริของหม่อมฉันย่อมให้ฝนตก

[๑๒๔] บางครั้ง เมื่อหม่อมฉันถูกหมู่ญาตินำออกไป

ครั้งนั้น มหาเมฆก็บันดาลให้ฝนตกในเวลาที่หม่อมฉันปรารถนา

[๑๒๕] ในสรีระของหม่อมฉัน ไม่มีความร้อนหรือความเร่าร้อนเลย

และที่กายของหม่อมฉันก็ไม่มีละอองธุลีเลย

นี้เป็นผลแห่งการถวายน้ำสรง

[๑๒๖] วันนี้ หม่อมฉันมีใจบริสุทธิ์ ปราศจากจิตที่หยาบช้า

อาสวะทั้งปวงก็สิ้นไปแล้ว

บัดนี้ ภพใหม่ไม่มีอีก

[๑๒๗] ในกัปที่ ๙๑ นับจากกัปนี้ไป

หม่อมฉันได้ทำกรรมไว้ในครั้งนั้น

จึงไม่รู้จักทุคติเลย

นี้เป็นผลแห่งการถวายน้ำสรง

[๑๒๘] กิเลสทั้งหลายหม่อมฉันก็เผาได้แล้ว

ภพทั้งปวงหม่อมฉันก็ถอนได้แล้ว


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka