Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 408

<< | หน้าที่ 408 | >>
[๑๕๔] ลำดับนั้น พระมหาปชาบดีโคตมีผู้มีวัตรงาม

ประกาศในหมู่ภิกษุสงฆ์แล้วไหว้พระราหุล

พระอานนท์ และพระนันทะแล้วได้ตรัสดังนี้ว่า

[๑๕๕] “ดิฉันเบื่อหน่ายร่างกายซึ่งเสมอด้วยที่อยู่ของอสรพิษ

เป็นรังแห่งโรค เป็นสถานที่เกิดทุกข์

มีชราและมรณะเป็นโคจร

[๑๕๖] เกลื่อนกล่นไปด้วยมลทินคือซากศพต่าง ๆ

ต้องพึ่งพาผู้อื่น ปราศจากความน่าใฝ่ใจ

ฉะนั้น ดิฉันจึงปรารถนาจะนิพพานเสีย

ขอลูก ๆ ทั้งหลายจงเข้าใจตามสมควรเถิด”

[๑๕๗] พระนันทเถระและพระภัททราหุล

เป็นผู้ปราศจากความเศร้าโศก หมดอาสวะ ตั้งมั่น

ไม่หวั่นไหว มีปัญญา มีความเพียร ได้คิดตามธรรมดาว่า

[๑๕๘] “น่าติเตียน ร่างกายที่ปัจจัยปรุงแต่ง

มีภาวะหวั่นไหว ปราศจากแก่นสาร เปรียบได้กับต้นกล้วย

เช่นเดียวกับพยับแดดซึ่งเป็นมายา ต่ำช้าไม่มั่นคง

[๑๕๙] พระโคตมีเถรีพระมาตุจฉาของพระชินเจ้านี้

ซึ่งได้เคยเลี้ยงดูพระพุทธเจ้าก็ยังต้องเสด็จนิพพาน

สิ่งที่ปัจจัยปรุงแต่งล้วนไม่เที่ยง”

[๑๖๐] ครั้งนั้น ท่านพระอานนท์พุทธอนุชา

ซึ่งเป็นพระอุปัฏฐากของพระชินเจ้า

ยังเป็นพระเสขบุคคลอยู่ ท่านหลั่งน้ำตา

คร่ำครวญอย่างน่าเวทนาในที่นั้นว่า

[๑๖๑] “พระโคตมีเถรีตรัสอยู่หลัด ๆ ก็จะเสด็จนิพพานเสียแล้ว

คงอีกไม่นานเลย แม้พระพุทธเจ้าก็จะเสด็จดับขันธปรินิพพาน

เหมือนไฟที่หมดเชื้อแล้ว”


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka