Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 417

<< | หน้าที่ 417 | >>
[๒๒๓] (ได้กราบทูลว่า) “ข้าแต่พระวีรเจ้า

น่าชมเชย พระโคตมีเถรี

เป็นผู้อนุเคราะห์หม่อมฉันทั้งปวง

หม่อมฉันทั้งหลายถูกพระนางอบรมด้วยบุญ

จึงได้บรรลุธรรมเป็นที่สิ้นอาสวะ

[๒๒๔] กิเลสทั้งหลายหม่อมฉันทั้งหลายก็เผาได้แล้ว

ภพทั้งปวงหม่อมฉันทั้งหลายก็ถอนได้แล้ว

หม่อมฉันทั้งหลายตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

[๒๒๕] การที่หม่อมฉันทั้งหลายมาในสำนัก

ของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด

เป็นการมาดีแล้วโดยแท้

วิชชา ๓ หม่อมฉันทั้งหลายได้บรรลุแล้วโดยลำดับ

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันทั้งหลายก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

[๒๒๖] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘

และอภิญญา ๖ หม่อมฉันทั้งหลายก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันทั้งหลายก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

[๒๒๗] ข้าแต่พระมหามุนี หม่อมฉันทั้งหลาย

เป็นผู้มีความชำนาญในฤทธิ์ ในทิพพโสตธาตุ

และในเจโตปริยญาณ

[๒๒๘] รู้ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ

ทิพยจักษุหม่อมฉันทั้งหลายก็ชำระให้หมดจดแล้ว

๑ หมายถึงหูทิพย์, ญาณพิเศษที่ทำให้ฟังอะไรได้ยินหมดตามปรารถนา (ที.สี. (แปล) ๙/๒๔๐-๑/๘๐)
๒ หมายถึงญาณกำหนดรู้ใจผู้อื่นได้, อ่านความคิดของเขาได้ เช่น รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ เป็นต้น (ที.สี. (แปล) ๙/๒๔๒-๓/๘๐-๘๑)
๓ หมายถึงความรู้เป็นเครื่องระลึกได้ถึงขันธ์ที่อาศัยอยู่ในก่อน,ระลึกชาติได้ (ที.สี. (แปล) ๙/๒๔๔-๕/๘๒)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka