Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 424

<< | หน้าที่ 424 | >>
[๒๗๔] ชนทั้งหลายช่วยกันทำจิตกาธาน

ซึ่งสำเร็จด้วยไม้มีกลิ่นหอมล้วนและโปรยจุรณเครื่องหอม

แล้วฌาปนกิจภิกษุณีเหล่านั้นบนจิตกาธานนั้น ๆ

[๒๗๕] ส่วนที่เหลือถูกไฟไหม้ไปสิ้นเหลือไว้เพียงอัฐิ

ก็เวลานั้น ท่านพระอานนท์ได้กล่าววาจา

ให้เกิดความสังเวชว่า

[๒๗๖] “พระโคตมีเถรีนิพพานแล้ว

พระสรีระของพระนางก็ถูกเผาแล้ว

กำหนดได้ว่า การปรินิพพานของพระพุทธเจ้านี้

คงจักมีโดยกาลไม่นาน

[๒๗๗] จากนั้น ท่านพระอานนท์ถูกพระพุทธเจ้าทรงตักเตือน

จึงได้น้อมนำอัฐิธาตุของพระโคตมีเถรี

ซึ่งอยู่ในบาตรของพระนางเข้ามาถวายพระโลกนาถ

[๒๗๘] พระผู้มีพระภาค ผู้เป็นฤๅษีผู้ประเสริฐ

ทรงใช้พระหัตถ์ประคองอัฐิเหล่านั้น

ได้ตรัสว่า “ต้นไม้ใหญ่มีแก่นยืนต้น

[๒๗๙] ถึงจะมีลำต้นใหญ่โต ก็พึงหักทำลายไปได้

เพราะความไม่เที่ยง พระโคตมีเถรีก็เหมือนกัน

ถึงจะเป็นใหญ่กว่าภิกษุณีสงฆ์ก็ปรินิพพานไปแล้ว

[๒๘๐] ดูเถิดอานนท์ พุทธมารดาแม้ปรินิพพานแล้ว

เหลือเพียงสรีรธาตุ เธอไม่ควรเศร้าโศกคร่ำครวญถึง

[๒๘๑] คนอื่น ๆ ก็ไม่ควรเศร้าโศกถึง

พระนางผู้ข้ามห้วงน้ำคือสังสารวัฏไปแล้ว

ละเว้นเหตุที่ทำให้เดือดร้อนได้แล้ว เป็นผู้เย็นดับสนิทแล้ว


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka