หน้าหลัก พระไตรปิฏก AI ธรรมะ E-Book ฐานข้อมูลวัด ติดต่อเรา
พุทธบริษัท
พระไตรปิฏกฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 470 | Buddhaparisa.org
หน้าหลัก / พระอภิธรรมปิฏก
พระไตรปิฏกฉบับมจร. เล่มที่ 33
<< | หน้าที่ 470 | >>
หม่อมฉันละกายมนุษย์แล้ว

จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

[๑๐๙] ในภัทรกัปนี้ พระพุทธเจ้า ผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของพราหมณ์

มีพระยศยิ่งใหญ่ พระนามว่ากัสสปะ ตามพระโคตร

ประเสริฐกว่าเจ้าลัทธิทั้งหลายเสด็จอุบัติขึ้นแล้ว

[๑๑๐] ครั้งนั้น พระเจ้ากาสีพระนามว่ากิกี

ทรงเป็นใหญ่กว่านรชนในกรุงพาราณสีที่ประเสริฐสุด

ทรงเป็นอุปัฏฐากของพระพุทธเจ้าผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่

[๑๑๑] หม่อมฉันเป็นธิดาคนที่ ๖ ของพระองค์

มีนามปรากฏว่าสุธรรมา ได้ฟังธรรมของพระชินเจ้าผู้เลิศแล้ว

พอใจการบรรพชา

[๑๑๒] แต่พระชนกนาถมิได้ทรงอนุญาตให้หม่อมฉันทั้งหลายบวช

ครั้งนั้น หม่อมฉันทั้งหลายไม่เกียจคร้าน ครองเรือนอยู่ ๒๐,๐๐๐ ปี

ภาณวารที่ ๓ จบ


[๑๑๓] พระราชกัญญาทั้ง ๗ องค์

มีความสุข ประพฤติพรหมจรรย์ตั้งแต่ยังเป็นกุมารี

เพลิดเพลินยินดีอุปัฏฐากพระพุทธเจ้า

[๑๑๔] คือ (๑) พระนางสมณี (๒) พระนางสมณคุตตา

(๓) พระนางภิกษุณี (๔) พระนางภิกขุทาสิกา

(๕) พระนางธรรมา (๖) พระนางสุธรรมา

(๗) พระนางสังฆทาสิกา

[๑๑๕] (พระราชธิดาทั้ง ๗ นั้นได้กลับชาติมาเกิด)

คือ พระเขมาเถรี ๑ พระอุบลวรรณาเถรี ๑

พระปฏาจาราเถรี ๑ พระกุณฑลเกสีเถรี ๑

หม่อมฉัน ๑ พระกีสาโคตมีเถรี ๑

และคนที่ ๗ เป็นวิสาขามหาอุบาสิกา


สารบัญ พระไตรปิฏก

พระไตรปิฏก
พระไตรปิฏก
พระวินัยปิฏก
พระวินัย
พระสุตตันตปิฏก
พระสูตร
พระอภิธรรมปิฏก
พระอภิธรรม