หน้าหลัก พระไตรปิฏก AI ธรรมะ E-Book ฐานข้อมูลวัด ติดต่อเรา
พุทธบริษัท
พระไตรปิฏกฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 548 | Buddhaparisa.org
หน้าหลัก / พระอภิธรรมปิฏก
พระไตรปิฏกฉบับมจร. เล่มที่ 33
<< | หน้าที่ 548 | >>
[๒๐๗] ครั้งนั้น หม่อมฉันเกิดในตระกูลพราหมณ์

ในกรุงอรุณที่น่ารื่นรมย์ โกรธแล้ว

สาปแช่งภิกษุณีรูปหนึ่งผู้มีจิตหลุดพ้นแล้วว่า

[๒๐๘] ‘ท่านเป็นหญิงแพศยา ประพฤติอนาจาร

ประทุษร้ายพระศาสนาของพระชินเจ้า’

ครั้นด่าอย่างนี้แล้ว เพราะกรรมชั่วที่ทำไว้นั้น

[๒๐๙] หม่อมฉันต้องตกนรกที่ร้ายกาจ

เพียบด้วยมหันตทุกข์ เคลื่อนจากนรกนั้นแล้ว

มาเกิดในหมู่มนุษย์ ก็มีความเดือดร้อนเป็นประจำ

[๒๑๐] ครองตำแหน่งหญิงแพศยาอยู่ถึง ๑๐,๐๐๐ ชาติ

ก็ยังไม่พ้นจากบาปกรรมนั้น

เปรียบเหมือนคนที่กลืนกินยาพิษอย่างร้ายแรง

[๒๑๑] หม่อมฉันได้ออกบวชเป็นภิกษุณี

มีเพศประเสริฐในศาสนาของพระชินเจ้าพระนามว่ากัสสปะ

ได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพราะผลแห่งกรรมนั้น

[๒๑๒] เมื่อถึงภพสุดท้าย หม่อมฉันเกิดเป็นโอปปาติกะ

ที่ระหว่างกิ่งต้นมะม่วง

จึงมีชื่อว่าอัมพปาลี ตามนิมิตหมายนั้น

[๒๑๓] หม่อมฉันมีประชาชนหลายโกฏิ

แห่ห้อมล้อมมาบวชในศาสนาของพระชินเจ้า

เป็นลูกหญิงแห่งพระพุทธเจ้า

บรรลุถึงฐานะที่ไม่หวั่นไหว

๑ โอปปาติกะ หมายถึงสัตว์ที่เกิดและเติบโตเต็มที่ทันที และเมื่อจุติ (ตาย) ก็หายวับไปไม่ทิ้งซากศพไว้ เช่น เทวดา และสัตว์นรกเป็นต้น (ที.สี.อ. ๑/๑๗๑/๑๔๙)

สารบัญ พระไตรปิฏก

พระไตรปิฏก
พระไตรปิฏก
พระวินัยปิฏก
พระวินัย
พระสุตตันตปิฏก
พระสูตร
พระอภิธรรมปิฏก
พระอภิธรรม