หน้าหลัก พระไตรปิฏก AI ธรรมะ E-Book ฐานข้อมูลวัด ติดต่อเรา
พุทธบริษัท
พระไตรปิฏกฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 657 | Buddhaparisa.org
หน้าหลัก / พระอภิธรรมปิฏก
พระไตรปิฏกฉบับมจร. เล่มที่ 33
<< | หน้าที่ 657 | >>
[๙] สมัยนั้น เราเป็นมาณพมีชื่อว่ากัสสปะ

เป็นผู้คงแก่เรียน ทรงจำมนตร์ จบไตรเพท

[๑๐] เราได้ฟังธรรมของพระองค์แล้ว เกิดความเลื่อมใส

ได้บริจาคทรัพย์ ๑๐๐,๐๐๐ โกฏิสร้างสังฆาราม

[๑๑] ครั้นถวายอารามแก่พระองค์แล้ว ร่าเริง ตื้นตันใจ

ได้สมาทานสรณคมน์และเบญจศีลให้มั่นคง

[๑๒] แม้พระพุทธเจ้าพระองค์นั้นประทับนั่ง ท่ามกลางสงฆ์

ทรงพยากรณ์เราว่า

“ใน ๑๑๘ กัป มาณพนี้จักเป็นพระพุทธเจ้า”

พระตถาคตได้เสด็จออกจากกรุงกบิลพัสดุ์ที่น่ารื่นรมย์

[๑๓] พระตถาคตทรงเริ่มตั้งความเพียร

บำเพ็ญทุกรกิริยาจักประทับนั่งโคนต้นอชปาลนิโครธ

ทรงรับข้าวปายาสที่ที่นั้น แล้วเสด็จไปยังแม่น้ำเนรัญชรา

พระชินเจ้าพระองค์นั้นจักเสวยข้าวปายาส

ที่ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา แล้วเสด็จไปที่โคนต้นโพธิ์

ตามหนทางอันประเสริฐที่ตกแต่งไว้แล้ว

จากนั้น พระองค์ผู้มีพระยศยิ่งใหญ่

จักทำประทักษิณโพธิมัณฑ์อันยอดเยี่ยมแล้ว

ตรัสรู้ที่โคนต้นอัสสัตถพฤกษ์

พระมารดาผู้ให้กำเนิดพระชินเจ้าพระองค์นี้

จักมีพระนามว่ามายา

พระบิดาจักมีพระนามว่าสุทโธทนะ

พระชินเจ้าพระองค์นี้จักมีพระนามว่าโคดม

พระโกลิตเถระและพระอุปติสสเถระ

ผู้ไม่มีอาสวะ สิ้นราคะ มีจิตสงบ

๑ ไตรเพท หมายถึงบทสวดสรรเสริญเทพเจ้า ซึ่งรวบรวมเป็นหมวด ๆ เรียกชื่อว่า ฤคเวท ยชุรเวท สามเวท และอาถรรพเวท (ที.สี. (แปล) ๙/๒๕๖/๘๗-๘)

สารบัญ พระไตรปิฏก

พระไตรปิฏก
พระไตรปิฏก
พระวินัยปิฏก
พระวินัย
พระสุตตันตปิฏก
พระสูตร
พระอภิธรรมปิฏก
พระอภิธรรม