Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 659

<< | หน้าที่ 659 | >>
[๑๔] เราได้ฟังพระดำรัสของพระพุทธเจ้าแม้พระองค์นั้นแล้ว

ก็ทำจิตให้เลื่อมใสอย่างยิ่ง

ได้อธิษฐานวัตรเพื่อบำเพ็ญบารมี ๑๐ ประการให้ยิ่งขึ้นไป

[๑๕] กรุงชื่อว่าสุธัญญะ กษัตริย์พระนามว่าสุทัตตะเป็นพระชนก

พระเทวีพระนามว่าสุจันทาเป็นพระชนนี

ของพระศาสดาพระนามว่าปิยทัสสี

[๑๖] พระองค์ทรงครองฆราวาสอยู่ ๙,๐๐๐ ปี

มีปราสาทที่อุดมอยู่ ๓ หลัง

คือสุนิมมลปราสาท วิมลปราสาท และคิริคูหาปราสาท

[๑๗] มีนางสนมกำนัล ๓๓,๐๐๐ นาง

ล้วนประดับประดาสวยงาม

พระมเหสีพระนามว่าวิมลา

พระราชโอรสพระนามว่ากัญจนาเวฬะ

[๑๘] พระองค์ผู้สูงสุดแห่งบุรุษทรงเห็นนิมิต ๔ ประการ

จึงทรงราชพาหนะคือรถออกผนวชแล้ว

ทรงบำเพ็ญเพียรอยู่ ๖ เดือนเต็ม(จึงได้บรรลุพระโพธิญาณ)

[๑๙] พระมหาวีรมหามุนีพระนามว่าปิยทัสสี

ผู้อันพรหมทูลอาราธนาแล้ว ทรงประกาศพระธรรมจักร

ที่พระอุทยานอุสภวันน่ารื่นรมย์ใจ

[๒๐] พระปาลิตเถระและพระสัพพทัสสีเถระเป็นพระอัครสาวก

พระเถระนามว่าโสภิตะเป็นพระอุปัฏฐาก

ของพระศาสดาพระนามว่าปิยทัสสี

[๒๑] พระสุชาตาเถรีและพระธรรมทินนาเถรีเป็นพระอัครสาวิกา

ต้นไม้เป็นที่ตรัสรู้ของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น

ชาวโลกเรียกว่า ต้นกุ่ม

[๒๒] สันทกอุบาสกและธรรมิกอุบาสกเป็นอัครอุปัฏฐาก

วิสาขาอุบาสิกาและธรรมทินนาอุบาสิกาเป็นอัครอุปัฏฐายิกา


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka