Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 691

<< | หน้าที่ 691 | >>
[๕] เมื่อพระองค์ทรงแสดงยมกปาฏิหาริย์ในมนุษย์โลกพร้อมเทวโลก

เทวดาและมนุษย์ประมาณ ๘๐,๐๐๐ โกฏิ

ได้บรรรลุธรรมครั้งที่ ๓

[๖] พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าสิขีผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่

ก็ได้มีการประชุมแห่งพระขีณาสพ

ผู้ปราศจากมลทิน มีจิตสงบระงับ ผู้คงที่ ๓ ครั้ง

[๗] พระขีณาสพจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ รูป

มาประชุมกัน เป็นครั้งที่ ๑

มีพระขีณาสพจำนวน ๘๐,๐๐๐ รูป มาประชุมกัน เป็นครั้งที่ ๒

[๘] มีพระขีณาสพจำนวน ๗๐,๐๐๐ รูป

มาประชุมกัน เป็นครั้งที่ ๓

ภิกษุที่มาประชุมกันแม้นั้น ไม่แปดเปื้อนด้วยโลกธรรม

เหมือนดอกบัวที่เจริญในน้ำก็ไม่แปดเปื้อนด้วยน้ำ

[๙] สมัยนั้น เราเป็นกษัตริย์มีนามว่าอรินทมะ

ได้อังคาสพระสงฆ์มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประธาน

ให้อิ่มหนำด้วยข้าวและน้ำ

[๑๐] ได้ถวายผ้าอย่างดีมากมายหลายโกฏิผืน

ได้ถวายพาหนะคือช้างซึ่งประดับแล้วอย่างดี

แด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

[๑๑] เราได้ทำราชพาหนะคือช้างให้เป็นของสมควรแก่สมณะ

แล้วนำไปถวาย ทำจิตของเราให้ตั้งมั่นเป็นนิตย์

[๑๒] พระพุทธเจ้าพระนามว่าสิขีพระองค์นั้น

ทรงเป็นผู้นำชั้นเลิศของโลก

ก็ทรงพยากรณ์เราว่า

‘ในกัปที่ ๓๑ นับจากกัปนี้ไป ผู้นี้จักเป็นพระพุทธเจ้า’


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka