Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 35 หน้าที่ 221

<< | หน้าที่ 221 | >>
{๒๖๑} [๒๓๐] เพราะสฬายตนะเป็นปัจจัย ผัสสะจึงมี เป็นไฉน

จักขุสัมผัส โสตสัมผัส ฆานสัมผัส ชิวหาสัมผัส กายสัมผัส และมโนสัมผัส นี้ เรียกว่า เพราะสฬายตนะเป็นปัจจัย ผัสสะจึงมี

{๒๖๒} [๒๓๑] เพราะผัสสะเป็นปัจจัย เวทนาจึงมี เป็นไฉน

เวทนาที่เกิดแต่จักขุสัมผัส เวทนาที่เกิดแต่โสตสัมผัส เวทนาที่เกิดแต่ฆานสัมผัส เวทนาที่เกิดแต่ชิวหาสัมผัส เวทนาที่เกิดแต่กายสัมผัส เวทนาที่เกิดแต่ มโนสัมผัส นี้เรียกว่า เพราะผัสสะเป็นปัจจัย เวทนาจึงมี

{๒๖๓} [๒๓๒] เพราะเวทนาเป็นปัจจัย ตัณหาจึงมี เป็นไฉน

รูปตัณหา สัททตัณหา คันธตัณหา รสตัณหา โผฏฐัพพตัณหา และธัมมตัณหา นี้เรียกว่า เพราะเวทนาเป็นปัจจัย ตัณหาจึงมี

{๒๖๔} [๒๓๓] เพราะตัณหาเป็นปัจจัย อุปาทานจึงมี เป็นไฉน

กามุปาทาน ทิฏฐุปาทาน สีลัพพตุปาทาน และอัตตวาทุปาทาน นี้เรียกว่า เพราะตัณหาเป็นปัจจัย อุปาทานจึงมี

{๒๖๕} [๒๓๔] เพราะอุปาทานเป็นปัจจัย ภพจึงมี เป็นไฉน

ภพ ๒ คือ กรรมภพและอุปปัตติภพ

ในภพ ๒ นั้น กรรมภพ เป็นไฉน

ปุญญาภิสังขาร อปุญญาภิสังขาร และอาเนญชาภิสังขาร นี้เรียกว่า กรรมภพ กรรมที่เป็นเหตุให้ไปสู่ภพแม้ทั้งหมดเรียกว่า กรรมภพ

อุปปัตติภพ เป็นไฉน

กามภพ รูปภพ อรูปภพ สัญญาภพ อสัญญาภพ เนวสัญญานาสัญญาภพ เอกโวการภพ จตุโวการภพ และปัญจโวการภพ นี้เรียกว่า อุปปัตติภพ

กรรมภพและอุปปัตติภพดังที่กล่าวมานี้ นี้เรียกว่า เพราะอุปาทานเป็นปัจจัย ภพจึงมี

{๒๖๖} [๒๓๕] เพราะภพเป็นปัจจัย ชาติจึงมี เป็นไฉน


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka