Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 37 หน้าที่ 302

<< | หน้าที่ 302 | >>
สก. พระผู้มีพระภาคตรัสว่าวิตกและวิจารเป็นปฏิปักษ์ต่อทุติยฌาน ฯลฯ ตรัสว่าปีติเป็นปฏิปักษ์ต่อตติยฌาน ตรัสว่าลมอัสสาสะปัสสาสะเป็นปฏิปักษ์ต่อ จตุตถฌาน ตรัสว่ารูปสัญญาเป็นปฏิปักษ์ต่อผู้เข้าอากาสานัญจายตนะ ตรัสว่า อากาสานัญจายตนสัญญาเป็นปฏิปักษ์ต่อผู้เข้าวิญญาณัญจายตนะ ตรัสว่า วิญญาณัญจายตนสัญญาเป็นปฏิปักษ์ต่อผู้เข้าอากิญจัญญายตนะ ตรัสว่า อากิญจัญญายตนสัญญาเป็นปฏิปักษ์ต่อผู้เข้าเนวสัญญานาสัญญายตนะ ตรัสว่า สัญญาและเวทนาเป็นปฏิปักษ์ต่อผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธ สัญญาและเวทนาของผู้ เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธนั้นมีอยู่ใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “การเปล่งวาจาของผู้เข้าฌานมีอยู่” ใช่ไหม

สก. ใช่

ปร. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “อานนท์ สาวกชื่อว่าอภิภูของ พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าสิขี สถิตอยู่ในพรหมโลก ได้ประกาศให้หมื่นจักรวาลทราบด้วยเสียงว่า

“ท่านทั้งหลายจงปรารภความเพียร

จงทำความเพียรอย่าหยุดยั้ง

จงประกอบความเพียรในพระพุทธศาสนา

จงกำจัดกองทัพแห่งมัจจุ

เหมือนช้างกำจัดเรือนต้นอ้อ ฉะนั้น

ผู้ที่ไม่ประมาทอยู่ในพระธรรมวินัยนี้

ละการเวียนว่ายตายเกิดแล้ว จักกระทำที่สุดแห่งทุกข์ได้” ๑

มีอยู่จริงมิใช่หรือ

สก. ใช่

ปร. ดังนั้น การเปล่งวาจาของผู้เข้าฌานจึงมีอยู่

วจีเภทกถา จบ


๑ ดูเทียบ สํ.ส. (แปล) ๑๕/๑๘๕/๒๕๘

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka