Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 37 หน้าที่ 379

<< | หน้าที่ 379 | >>
สก. โสตะมีอย่างเดียวเท่านั้นใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. โสตะมีอย่างเดียวเท่านั้นใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. โสตะ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “มี ๒ อย่างคือ มังสโสตะและทิพยโสตะ” มิใช่หรือ

ปร. ใช่

สก. หากโสตะ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “มี ๒ อย่าง คือ มังสโสตะและ ทิพยโสตะ” ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “โสตะมีอย่างเดียวเท่านั้น”

ทิพพโสตกถา จบ


๙. ยถากัมมูปคตญาณกถา (๒๙)


ว่าด้วยยถากัมมูปคตญาณ


[๓๗๗] สก. ยถากัมมูปคตญาณ เป็นทิพยจักษุใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. บุคคลมนสิการถึงสัตว์ที่เป็นไปตามกรรมและเห็นรูปได้ด้วยทิพยจักษุใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. บุคคลมนสิการถึงสัตว์ที่เป็นไปตามกรรมและเห็นรูปได้ด้วยทิพยจักษุใช่ไหม

ปร. ใช่

๑ ยถากัมมูปคตญาณ หมายถึงปรีชาหยั่งรู้ถึงสัตว์ผู้เป็นไปตามกรรม (อภิ.ปญฺจ.อ. ๓๗๗/๑๙๘)
๒ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอันธกะ และนิกายสมิติยะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๓๗๓/๑๙๖)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka