Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 37 หน้าที่ 433

<< | หน้าที่ 433 | >>
เราไม่มีอาจารย์ เราไม่มีผู้เสมอเหมือน

เราไม่มีผู้ทัดเทียมในโลกกับทั้งเทวโลก

เพราะเราเป็นอรหันต์ เป็นศาสดาผู้ยอดเยี่ยม

เป็นผู้ตรัสรู้ชอบเองเพียงผู้เดียว เป็นผู้เยือกเย็น

ดับกิเลสได้แล้วในโลก

เราจะไปเมืองหลวงแห่งชาวกาสี ประกาศธรรมจักร

ตีกลองอมตธรรมไปในโลกอันมีความมืดมน’

อุปกาชีวกกราบทูลว่า ‘อาวุโส ท่านสมควรเป็นพระอนันตชินะตามที่ท่านประกาศ’

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า

‘ชนเหล่าใดได้ถึงความสิ้นอาสวะแล้ว

ชนเหล่านั้นย่อมเป็นพระชินะเช่นเรา

อุปกะ เราชนะความชั่วได้แล้ว

เพราะฉะนั้น เราจึงชื่อว่าพระชินะ”

มีอยู่จริงมิใช่หรือ

ปร. ใช่

สก. ดังนั้น ท่านจึงไม่ควรยอมรับว่า “พระโพธิสัตว์หยั่งลงสู่นิยาม ประพฤติ พรหมจรรย์แล้วในศาสนาของพระผู้มีพระภาคพระนามว่ากัสสปะ”

สก. พระโพธิสัตว์หยั่งลงสู่นิยาม ประพฤติพรหมจรรย์แล้วในศาสนาของพระผู้มี พระภาคพระนามว่ากัสสปะใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย จักษุเกิดขึ้นแล้ว ญาณเกิดขึ้นแล้ว ปัญญาเกิดขึ้นแล้ว วิชชาเกิดขึ้นแล้ว แสงสว่างเกิดขึ้นแล้วใน ธรรมทั้งหลายที่เราไม่เคยสดับมาก่อนว่า ‘นี้ทุกขอริยสัจ’

๑ อาจารย์ ในที่นี้หมายถึงอาจารย์ในระดับโลกุตตรธรรม (วิ.อ. ๓/๑๑/๑๖)
๒ ดูเทียบ วิ.ม. (แปล) ๔/๑๑/๑๗, ม.มู. (แปล) ๑๒/๒๘๕/๓๑๑, ม.ม. (แปล) ๑๓/๓๔๑/๔๑๓

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka