Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 37 หน้าที่ 445

<< | หน้าที่ 445 | >>
สก. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งอนาคามิผลได้ผล ๒ แล้ว และไม่เสื่อม จากผล ๒ นั้น ดังนั้น บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งอนาคามิผล จึงเป็นผู้บริบูรณ์ ด้วยผล ๒ ใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งอนาคามิผลได้มรรค ๓ แล้ว และไม่เสื่อม จากมรรค ๓ นั้น ดังนั้น บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งอนาคามิผล จึงเป็นผู้ บริบูรณ์ด้วยมรรค ๓ ใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งสกทาคามิผลได้โสดาปัตติผลแล้ว และไม่เสื่อม จากโสดาปัตติผลนั้น ดังนั้น บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งสกทาคามิผล จึงเป็นผู้ บริบูรณ์ด้วยโสดาปัตติผลใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งสกทาคามิผลได้มรรค ๒ แล้ว และไม่เสื่อม จากมรรค ๒ นั้น ดังนั้น บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งสกทาคามิผล จึงเป็นผู้ บริบูรณ์ด้วยมรรค ๒ ใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

อปราปิสมันนาคตกถา จบ


๑๐. สัพพสัญโญชนัปปหานกถา (๔๒)


ว่าด้วยการละสังโยชน์ทั้งปวง


[๔๑๓] สก. การละสังโยชน์ทั้งปวง เป็นอรหัตตผลใช่ไหม

ปร. ใช่

๑ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอันธกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๔๑๓/๒๐๗-๒๐๘)
๒ เพราะมีความเห็นว่า การละสังโยชน์ได้ทั้ง ๑๐ เป็นอรหัตตผล (อภิ.ปญฺจ.อ. ๔๑๓/๒๐๗-๒๐๘)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka