Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 37 หน้าที่ 551

<< | หน้าที่ 551 | >>
ปร. ดังนั้น อายตนะ ๕ เท่านั้นจึงเป็นกาม

สก. อายตนะ ๕ เท่านั้นเป็นกามใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย กามคุณ ๕ ประการนี้ กามคุณ ๕ ประการอะไรบ้าง คือ (๑) รูปที่พึงรู้แจ้งทางตา ฯลฯ (๕) โผฏฐัพพะ ที่พึงรู้แจ้งทางกาย ที่น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ ชวนให้รัก ชักให้ใคร่ พาใจ ให้กำหนัด ภิกษุทั้งหลาย กามคุณ ๕ ประการนี้ ภิกษุทั้งหลาย แต่สิ่งเหล่านี้ ไม่เรียกว่ากาม สิ่งเหล่านี้เรียกว่ากามคุณ ในอริยวินัย

(พระผู้มีพระภาคผู้สุคตศาสดา ได้ตรัสเวยยากรณภาษิตนี้แล้ว จึงได้ตรัส คาถาประพันธ์ต่อไปอีกว่า)

สังกัปปราคะของบุรุษ ชื่อว่ากาม

อารมณ์ที่วิจิตรทั้งหลายในโลกไม่ชื่อว่ากาม

สังกัปปราคะของบุรุษ ชื่อว่ากาม

อารมณ์ที่วิจิตรทั้งหลายในโลก

ตั้งอยู่ตามสภาพของตนเท่านั้น

แต่ธีรชนทั้งหลาย ย่อมกำจัดความพอใจ

ในอารมณ์ที่วิจิตรเหล่านั้น”

มีอยู่จริงมิใช่หรือ

ปร. ใช่

สก. ดังนั้น ท่านจึงไม่ควรยอมรับว่า “อายตนะ ๕ เท่านั้นเป็นกาม”

กามกถา จบ


๑ กาม หมายถึงความกำหนัดด้วยอำนาจความดำริในวัตถุมีรูปร่างที่งดงาม เป็นต้น (องฺ.ฉกฺก.อ. ๓/๖๓/ ๑๔๘, องฺ.ฉกฺก.ฏีกา ๓/๖๓/๗๐) และเป็นชื่อเรียกกิเลสกามอีกชื่อหนึ่งในจำนวนชื่อเรียกกาม ๑๘ ชื่อ (ดูเทียบ ขุ.ม. (แปล) ๒๙/๑/๒, ขุ.จู. (แปล) ๓๐/๘/๖๖-๖๗)
๒ ดูเทียบ องฺ. ฉกฺก. (แปล) ๒๒/๖๓/๕๗๒

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka