Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 37 หน้าที่ 696

<< | หน้าที่ 696 | >>
สก. เสียงเป็นวิบาก ไม่มีสุขเวทนา ฯลฯ รับรู้อารมณ์ไม่ได้ ไม่มีความนึกถึง ฯลฯ ไม่มีความตั้งใจใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. ผัสสะเป็นวิบาก ไม่มีสุขเวทนา ไม่มีทุกขเวทนา ฯลฯ รับรู้อารมณ์ไม่ได้ ไม่มีความนึกถึง ฯลฯ ไม่มีความตั้งใจใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

[๖๓๗] ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “เสียงเป็นวิบาก” ใช่ไหม

สก. ใช่

ปร. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “เพราะตถาคต ได้ทำ สั่งสม พอกพูน เพิ่มพูนกรรมนั้น ตถาคตนั้น จึงมีพระสุรเสียงดุจเสียงพรหม ตรัสดุจ เสียงร้องของนกการเวก” มีอยู่จริงมิใช่หรือ

สก. ใช่

ปร. ดังนั้น เสียงจึงเป็นวิบาก

สัทโทวิปาโกติกถา จบ


๔. สฬายตนกถา (๑๑๙)


ว่าด้วยอายตนะ ๖


[๖๓๘] สก. จักขายตนะเป็นวิบากใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. จักขายตนะมีสุขเวทนา มีทุกขเวทนา ฯลฯ รับรู้อารมณ์ได้ มีความนึกถึง ฯลฯ มีความตั้งใจใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

๑ ดูเทียบ ที.ปา. (แปล) ๑๑/๒๓๖/๑๙๓
๒ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายมหาสังฆิกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๓๘/๒๖๓)
๓ เพราะมีความเห็นว่า อายตนะที่เป็นรูปเกิดจากกรรม จึงจัดเป็นวิบาก ซึ่งต่างกับความเห็นของสกวาทีที่เห็นว่า อายตนะที่เป็นรูป เป็นเพียงรูปธรรม เกิดจากจิตและอุตุ (ธรรมชาติ) ไม่เรียกว่าวิบาก ส่วนธรรมที่จะเรียกว่า วิบากได้ ต้องเป็นนามธรรมล้วน (อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๓๘/๒๖๓)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka