วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในอุปปาทขณะ แห่งจิตในปวัตติกาล และในภังคขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ ทุกขสัจของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่สมุทยสัจมิใช่ไม่เคยดับ ในอุปปาทขณะ แห่งอุปปัตติจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ บุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและสมุทยสัจก็ไม่เคยดับ
ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมิ นั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งอุปปัตติจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ บุคคล ผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับ แต่ ทุกขสัจมิใช่ไม่กำลังดับ ในอุปปาทขณะแห่งอุปปัตติจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ บุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่เคยดับและทุกขสัจก็ไม่ใช่กำลังดับ
{๙๕๔} อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมิ นั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้ได้บรรลุซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล และ ในภังคขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่ กำลังดับ แต่มัคคสัจมิใช่ไม่เคยดับ ในอุปปาทขณะแห่งอุปปัตติจิตของบุคคลผู้อุบัติ อยู่ในสุทธาวาสภูมิ บุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตใน ปวัตติกาล บุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่ใช่กำลังดับและมัคคสัจก็ไม่เคยดับ
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้น ก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งอุปปัตติจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ บุคคล ผู้ยังไม่ได้บรรลุซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล บุคคลผู้กำลังจุติจาก อสัญญสัตตภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับ แต่ทุกขสัจมิใช่ไม่ กำลังดับ ในอุปปาทขณะแห่งอุปปัตติจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ