ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ กายสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่ จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
{๑๑๓๖} [๙๔] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ปัจฉิมจิตที่ไม่มี ทั้งวิตกและวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) วจีสังขารของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับ แต่จิตตสังขารมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับและจิตตสังขารก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จัก ดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปัจจนีกโอกาส
{๑๑๓๗} [๙๕] อนุ. กายสังขารในภูมิใดไม่ใช่จักดับ ฯลฯ
ปัจจนีกปุคคโลกาส
{๑๑๓๘} [๙๖] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ วจีสังขารของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่ง จิตนั้น) บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ กายสังขารของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่วจีสังขารมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ที่มีทั้งวิตกและวิจาร บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) บุคคลผู้เข้าจตุตถฌานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ กายสังขารของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและวจีสังขารก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ กายสังขารของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม